posttoday
ทำไมไม่ควรซื้อเฉลี่ยเมื่อขาดทุน

ทำไมไม่ควรซื้อเฉลี่ยเมื่อขาดทุน

13 สิงหาคม 2556

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก

โดย...นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกลุ่มเอ็มทีเอสโกลด์ แม่ทองสุก
 
ในสภาวะการลงทุนทองคำรวมไปทั้งตลาดหุ้นก็ดี หลายครั้งแม้จะมีการวิเคราะห์หรือคิดได้ครอบคลุม แต่ก็ยังพบว่าด้วยความผันผวนของราคาทองคำก็อาจจะทำให้พอร์ตการลงทุนหรือหน่วยต้นทุนมีสภาวะขาดทุน ในประเด็นนี้นักลงทุนหลายๆ คนหรือส่วนใหญ่ของนักลงทุนมักจะใช้วิธีการซื้อเฉลี่ย ในสภาวะปกติการลงทุนย่อมไม่มีใครอยากจะขาดทุน และนักลงทุนมักจะพยายามซื้อเฉลี่ยเพื่อให้ต้นทุนถูกลง หรือแม้ในขณะนี้ที่นักลงทุนทองคำหลายๆ ท่านอาจจะติดสถานะ Short Position ก็ต้องการที่จะทำการ Short เพิ่ม เพื่อให้ต้นทุนตัวเองสูงขึ้น แต่แท้ที่จริงแล้วการซื้อเฉลี่ยมีหลักคิดในเชิงการลงทุนที่ถูกต้อง คือ “การบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสม”

การบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนไป

คำแนะนำก็คือ การที่นักลงทุนจะซื้อถัวเฉลี่ย ไม่ว่าจะเป็นการเฉลี่ยซื้อหรือเฉลี่ยขายก็ตาม หลักคิดในเชิงการบริหารเงินและบริหารความเสี่ยงที่อยากจะสอนท่านนักลงทุนมีด้วยกัน 3 ประการ ดังต่อไปนี้

1.วิเคราะห์หลักทรัพย์และแนวโน้มของหลักทรัพย์ รวมไปถึงแนวโน้มของสภาพตลาดโดยรวมว่าอยู่ในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อพอร์ตหรือว่าได้เปลี่ยนทิศทางไปแล้ว เช่น เดิมเราซื้อเพราะคิดว่าทองคำจะขึ้น แต่ทองคำกลับปรับตัวลง เมื่อประสบภาวะนี้ท่านต้องถามตัวเองว่าราคาทองคำเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาลงแล้วหรือยัง หรือในทางกลับกันหากเราเปิดสถานะ Short Position แล้วทองคำกลับวิ่งขึ้น ก็ต้องวิเคราะห์ต่อว่าเป็นการวิ่งขึ้นในลักษณะที่ราคาทองคำเปลี่ยนแนวโน้มเป็นขาขึ้นแล้วหรือยัง

2.กลับมาศึกษาและวิเคราะห์ว่าพอร์ตการลงทุนของท่านอยู่ในสภาวะเป็นอย่างไร หมายความว่า คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของพอร์ตการลงทุน เพราะสิ่งนี้จะบอกได้ว่าท่านควรที่จะทำการลุยต่อหรือหยุดพัก หรือแม้กระทั่งการยอมแพ้ ซึ่งหมายถึงการยอมตัดขาดทุน อาจจะบางส่วนหรืออาจจะทั้งหมด ขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์
ทั

งสองประเด็นข้างต้นถือว่าเป็นการวิเคราะห์ในเชิงการบริหารเงินลงทุนให้ถูกต้อง เพื่อที่จะรู้ได้ว่าเราจะควบคุมความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนหรือการขาดทุนต่อไปได้อย่างไร

 3.การประเมินความเสี่ยงของการลงทุน โดยนำหลักข้อที่ 1 และข้อที่ 2 มาคิดเพื่อหาจุดสมดุลของการจะทำการหยุดขาดทุนที่เรียกว่า Stop Loss นั่นเอง ดังนั้นในสภาวะหนึ่งๆ การแก้ปัญหาพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนจึงไม่เหมือนกัน เพราะโจทย์และปัญหามักจะไม่เท่ากัน เนื่องจากนักลงทุนแต่ละคนมีความสามารถในการรับความเสี่ยงไม่เท่ากัน

อย่างไรก็ดี ต้องบอกว่าโดยส่วนใหญ่การใช้กลยุทธ์ซื้อเฉลี่ยเมื่อเกิดภาวะขาดทุนมักจะเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ถูกต้อง แต่การที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะนิยมทำและบางครั้งก็สามารถแก้ปัญหาได้ ก็เนื่องมาจากตลาดหรือราคาหลักทรัพย์ยังอยู่ในทิศทางเดิม หมายความว่า อาจจะเป็นการตกลงเพียงชั่วคราว แล้วจะกลับมาขึ้นดังเดิม หรือแม้กระทั่งตลาดทองคำ ณ ขณะนี้ที่หลักใหญ่เป็นแนวโน้มขาลง ถ้าเป็นการขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ แล้วกลับมาตกเหมือนเดิม การขายเฉลี่ยในระดับสูงก็ถือว่าถูกต้อง

ในท้ายที่สุด การซื้อเฉลี่ยจะถูกต้องเฉพาะกรณีที่ตลาดเป็น Sideways Range เท่านั้น และไม่แนะนำให้ทำพร่ำเพรื่อตามที่วิเคราะห์ในข้างต้นแล้ว

ท่านนักลงทุนที่ยังสงสัยหรืออ่านแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจ สามารถติดต่อเพื่อขอรับฟังรายละเอียดเพิ่มเติมกับการสัมมนาของ MTS Gold Futures ในหัวข้อ “เปิดคลินิก วิเคราะห์พอร์ต เพิ่มผลกำไร” บรรยายโดย นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ที่ MTS Gold สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ชั้น 12 ในวันที่ 16 ส.ค. 2556 เวลา 15.00–16.30 น. ขอให้ท่านสำรองที่นั่งล่วงหน้าที่หมายเลข 02-222-6-222 ต่อ 997 และท้ายที่สุดนี้ อยากจะเน้นย้ำให้นักลงทุนอ่านบทวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมอทุกวันผ่านเว็บไซต์ http://www.mtsgold.co.th เพื่อจะได้ติดตามข้อมูลและกลยุทธ์การลงทุนได้ทุกวันอย่างถูกต้อง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท