
กระตุ้นบจ.ตั้งกองเลี้ยงชีพ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึก บลจ. จัดทีมให้ข้อมูลเชิงรุก ยันบริษัทจดทะเบียนไม่ถึง 100 แห่ง ไม่มีสำรองเลี้ยงชีพ
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ผนึก บลจ. จัดทีมให้ข้อมูลเชิงรุก ยันบริษัทจดทะเบียนไม่ถึง 100 แห่ง ไม่มีสำรองเลี้ยงชีพ
นายหรรสา สุสายัณห์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง ในฐานะประธานกลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เปิดเผยว่า สมาคมบริษัทจัดการลงทุนได้หารือร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ถึง 100 ราย จากจำนวนทั้งหมดกว่า 400 บริษัท และส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จึงมีแผนเข้าไปนำเสนอข้อมูลให้ บจ. เพื่อเห็นข้อดีของการมีกองทุนและถือเป็นการใส่ใจพนักงานของตนเอง
“สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยากผลักดันให้ บจ.ที่เหลือจัดตั้งกองทุนฯ แต่ไม่สามารถบังคับได้ ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครใจ เพราะบริษัทเหล่านี้เข้าตลาดก่อนกฎหมายบังคับให้บริษัทที่จะเข้าตลาดต้องตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก่อน ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้คือการให้ข้อมูล”นายหรรสา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับเป็นเจ้าภาพเพื่อไปพบบริษัทต่างๆ โดยมีวิทยากรและทีมงานจาก บลจ. ดูแลเป็นรายบริษัท เพื่อให้ข้อมูลและทำกิจกรรมกับ บจ.อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเม็ดเงินลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพยิ่งโตมากยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ อีกทั้งส่งเสริมให้เกิดการออมแบบผูกพันระยะยาวของลูกจ้างมีเงินไว้ใช้หลังเกษียณอายุ
ประธานกลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กล่าวว่า แนวโน้มการเติบโตของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีทิศทางที่ดีขึ้น บริษัทเอกชนที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มสนใจ|ตั้งกองทุน แม้ในปัจจุบันจำนวนบริษัทที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์จากทั้งหมด 5.35 แสนราย มีการตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพียง 13,455 ราย หรือคิดเป็น 2% เท่านั้น
ทั้งนี้ จากข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี ตั้งแต่ปี 2546-2556 มีจำนวนนายจ้างที่จัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเฉลี่ยเติบโตปีละ 9% ในขณะที่บริษัทที่จดทะเบียนกับกระทรวงพาณิชย์เฉลี่ยเติบโต 2% และปัจจุบันกองทุนสำรองเลี้ยงชีพทั้งระบบมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ 7.39 แสนล้านบาท ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2556 เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นปีที่ผ่านมา โดยมีจำนวนนายจ้าง 13,455 ราย เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 12,753 ราย และมีจำนวนสมาชิก 2.78 ล้านคน
“หากเทียบขนาดกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกับกองทุนรวมแล้วยังถือว่าเล็กมาก ซึ่งตอนนี้กองทุนรวมมีสินทรัพย์ 2.8 ล้านล้านบาท แต่กองทุนสำรองเลี้ยงชีพแค่ 7.39 แสนล้านบาท ขณะที่ต่างประเทศสัดส่วนของกองทุนบำเหน็จบำนาญกับกองทุนรวมมักจะเท่าๆ กัน ส่วนหนึ่งเพราะเป็นภาคบังคับ แต่เม็ดเงินลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพยิ่งโตมากเท่าไรยิ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ และทำให้ลูกจ้างมีเงินไว้ใช้หลังเกษียณ”นายหรรสา กล่าว
สำหรับเงินลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในปัจจุบันอยู่ในพันธบัตร ตั๋วเงินคลังฯ สูงสุด คิดเป็น 32% ของมูลค่าสินทรัพย์รวม รองลงมาอยู่ที่เงินฝากธนาคาร 20% โดยมีเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศไม่มาก คิดเป็น 0.5% ของมูลค่าสินทรัพย์ หรือประมาณ 3,573 ล้านบาทเท่านั้น







