
คาดยอดโอท็อปพุ่ง9หมื่นล.
รัฐปรับเป้าส่งออกโอท็อปใหม่ คาดโต 20% ยอดทะลุ 9 หมื่นล้านบาท
รัฐปรับเป้าส่งออกโอท็อปใหม่ คาดโต 20% ยอดทะลุ 9 หมื่นล้านบาท
นายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า ได้ปรับประมาณการการส่งออกสินค้าโอท็อปในปี 2556 ใหม่ คาดว่าจะเติบโต 20% หรือคิดเป็นมูลค่าเกือบ 9 หมื่นล้านบาท เดิมคาดว่าจะเติบโต 15% จากปี 2555 ที่มียอดส่งออกราว 7 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาตลาดส่งออกเติบโตดีมาก และผู้ประกอบการปรับผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและมีนวัตกรรมสูงขึ้น โดยปีนี้ทำให้ตลาดมีความต้องการสูง ขณะเดียวกันได้ขยายช่องทางการขายใหม่ไปในห้างสรรพสินค้า และจัดงานแสดงสินค้าโอท็อปทุกเดือน
นอกจากนี้หลายหน่วยงานของภาครัฐหันมาส่งเสริมและทำกิจกรรมการตลาดกับผู้ประกอบการโอท็อปมากยิ่งขึ้น ทำให้มีสินค้าโอท็อปไทยที่สามารถส่งออกไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น 300500 ผลิตภัณฑ์ รวมแล้วมีผลิตภัณฑ์ที่ส่งออกเกือบ 2,000 ผลิตภัณฑ์
ขณะเดียวกันในปี 2558 รัฐบาลตั้งเป้าหมายส่งออกโอท็อปของไทยอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท คาดว่าจะเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ เพราะผู้ประกอบการโอท็อปมีศักยภาพและแข็งแกร่งมากขึ้น มุ่งพัฒนาและยกระดับสินค้าอย่างเต็มที่ จึงสามารถแข่งขันและเป็นที่ต้องการในตลาดโลก
นอกจากนี้ กรมได้ประกาศผลการประกวดผลิตภัณฑ์โอท็อปดีเด่นระดับประเทศประจำปี 2556 ตามประเภทผลิตภัณฑ์ทั้ง 5 ประเภท ได้แก่ 1.ประเภทผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกาย คือ ผ้าลายยกดอก กลุ่มผ้าฝ้ายลายขิดทอมือย้อมสีธรรมชาติ จ.ยโสธร 2.ผลิตภัณฑ์ประเภทอาหาร คือ ผลไม้แปรรูป วรพร จากบริษัท ผลไม้แปรรูปวรพร จ.ฉะเชิงเทรา และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลำไย จากวิสาหกิจชุมชน กลุ่มแม่บ้านริมร่อง จ.ลำพูน
3.ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม น้ำส้มสายชูหมักเข้มข้น จากบริษัท เชียงใหม่เฮลตี้ โปรดักส์ จ.เชียงใหม่ และผลิตภัณฑ์ชุดชาเพื่อสุขภาพ จากบริษัท ใบชา โชคจำเริญ จ.เชียงราย 4.ผลิตภัณฑ์ประเภทสมุนไพร คือ ชุดของขวัญถ่านดูดกลิ่น จากกลุ่มธูปหอมอัมพัน จ.ตาก และผลิตภัณฑ์ภูโคลน จาก หจก.ภูโคลน คันทรี คลับ จ.แม่ฮ่องสอน และ 5.ผลิตภัณฑ์ประเภทของใช้/ของตกแต่งและของที่ระลึก คือ ซีซั่น ออฟ เดอะ วิงส์ จากอัจฉราไข่วิจิตร กทม. และเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารจากสเตนเลส จากบริษัท โพธิ์ทอง อรัญญิก แฮนด์ดิเวอร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ กรมจะส่งเสริมให้ส่งออกสินค้าไปตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงสุด คาดว่าจะเริ่มส่งออกอย่างจริงจังได้ในช่วงปลายปีนี้ โดยตลาดที่มีศักยภาพและมีโอกาสเติบโตดี ตลาดในภูมิภาคอาเซียน ญี่ปุ่น ยุโรป และจีนซึ่งสินค้าดังกล่าว ที่ผ่านมามีการส่งออกไปต่างประเทศจำนวนไม่มากนัก
ทางด้านการจัดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP ก้าวไกล ด้วยพระบารมี” ระหว่างวันที่ 10 18 สิงหาคม 2556 ที่อาคารชาลเลนเจอร์ 13 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี คาดว่าจะมียอดขายสินค้าโอท็อปในงานประมาณ 800 ล้านบาท







