posttoday
รัฐบาลกระตุ้นจนคนลืมออม

รัฐบาลกระตุ้นจนคนลืมออม

10 สิงหาคม 2556

อึ้ง4.6ล้านครัวเรือนใช้จ่ายเกินรายได้ โฆสิตชี้ต้องทำให้คนวัยทำงานมีเงินเพิ่ม

อึ้ง4.6ล้านครัวเรือนใช้จ่ายเกินรายได้ โฆสิตชี้ต้องทำให้คนวัยทำงานมีเงินเพิ่ม

4.6 ล้านครัวเรือนรายได้ไม่พอจ่าย เหตุกระตุ้นจนลืมสอนให้ออม

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “การออมระดับครัวเรือนกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร” ว่า พฤติกรรมการใช้จ่ายของครัวเรือนไทยอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง ครัวเรือนไทย 4.6 ล้านครัวเรือน จาก 20.4 ล้านครัวเรือน ใช้จ่ายเกินรายได้ และไม่มีขีดความสามารถในการออมเงิน

นางนวพร วิริยานุพงศ์ เศรษฐกรชำนาญการพิเศษ สศค. เปิดเผยว่า ครัวเรือนไทย 4.6 ล้านครัวเรือน ใช้จ่ายเกินรายได้ ไม่มีเงินออม โดย 50% ของครัวเรือนกลุ่มนี้ มีภาระการชำระหนี้คิดเป็น 60% ของรายได้ มีรายจ่ายคิดเป็น 146% ของรายได้ ดังนั้น จะต้องจูงใจให้ครัวเรือนเหล่านี้เปลี่ยนพฤติกรรม ต้องให้ความรู้ทางการเงิน

ขณะเดียวกัน การที่สังคมไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุยังทำให้ภาครัฐมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น เช่น การจัดสรรเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 6001,000 บาทต่อคน ทำให้ภาครัฐมีภาระเพิ่มขึ้นจาก 1,438 ล้านบาท ในปี 2545 เป็น 10,627 ล้านบาท ในปี 2550 และเพิ่มขึ้นเป็น 53,608 ล้านบาท ในปี 2555 รัฐบาลจึงต้องมีมาตรการรองรับกับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นมาอย่างก้าวกระโดด

นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายงานวางแผนและงบประมาณ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แนวโน้มการก่อหนี้ครัวเรือนเพิ่มมากขึ้น โดยปัจจุบันสัดส่วนหนี้สินครัวเรือนอยู่ที่ 77.5% ของจีดีพี ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายรถคันแรกที่คนแห่ไปจองซื้อ เพราะได้รับส่วนลด 1 แสนบาท ทั้งๆ ที่ยังไม่มีความจำเป็นก็ได้ ที่น่าห่วงที่สุด คือ กลุ่มที่ยากจนที่สุดมีรายได้น้อยแต่มีภาระมาก

“การออมมีความสำคัญในแง่เป็นแหล่งลงทุนของประเทศ แต่ทางกลับกัน การกระตุ้นบริโภคช่วยทำให้เศรษฐกิจขยายตัว ดังนั้น ทางการจำเป็นต้องสร้างสมดุลเชิงนโยบายที่จะกระตุ้นการบริโภคเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจระยะสั้น และกระตุ้นการออมเพื่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการออมส่วนบุคคล” นางอมรา กล่าว

นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ กรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ในปี 2563 ไทยจะมีผู้สูงอายุ หรือมีอายุ 65 ปีขึ้นไป 13% ของประชากรทั้งประเทศ หากต้องการให้เศรษฐกิจยังขยายตัวต่อเนื่อง จำเป็นต้องทบทวนวิธีคิดในการบริหารจัดการประชากร 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเด็ก กลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มผู้สูงวัย โดยเฉพาะการเพิ่มผลิตภาพคนวัยทำงาน ซึ่งเป็นโจทย์ที่ใหญ่ว่าจะให้คนวัยทำงานได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นอย่างไรนายโฆสิตกล่าวว่า การจะทำเช่นนั้นได้มีเงื่อนไข 2 เรื่อง คือ 1.ไทยพ้นจากสภาพประเทศผู้รับจ้างผลิตสินค้า 2.ดูแลโครงสร้างการผลิตเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคนวัยทำงาน ไม่ใช่คิดแค่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น

“ผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตลดลง เช่น ญี่ปุ่นที่เศรษฐกิจไม่โตมานานแล้ว เพราะเขาไม่ได้เตรียมพร้อม ญี่ปุ่นจึงเป็นผู้นำความคิดว่า เศรษฐกิจที่จากนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง ไม่พอ ต้องมีลูกศรที่ 3 คือ หากประเทศใดตอบโจทย์การเข้าสังคมผู้สูงอายุได้ จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตพอสมควรและยั่งยืน”นายโฆสิต กล่าว

ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ รองเลขาธิการหอการค้าไทย กล่าวว่า การเตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ นอกจากสร้างระบบการออมภาคบังคับจะต้องส่งเสริมการออมแบบจูงใจ เช่น หากฝากเงินไว้กับธนาคารตามระยะเวลาที่กำหนดไว้เช่น 510 ปี น่าจะจำนวนเงินที่ฝากและไม่ได้ถอนมาหักลดหย่อนภาษีได้จำนวนหนึ่ง

ขณะเดียวกัน ต้องสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการออมก็มีความจำเป็น ไม่ใช่กระตุ้นให้คนใช้จ่ายอย่างเดียว เพราะมีผลวิจัยที่ระบุการใช้จ่ายผ่านร้านสะดวกซื้อที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงหรือห้างโมเดิร์นเทรด คนจะใช้จ่าย 700 บาทต่อครั้งต่างจากร้านโชว์ห่วยที่มีเวลาเปิดปิด คนจะใช้จ่าย 100 บาทต่อครั้ง

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ