
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยการจ้างงานในพม่า
เมื่อถามนักลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตถึงเหตุผลในการเลือกที่จะลงทุนในประเทศพม่า หลายต่อหลายครั้งที่ได้รับคำตอบว่า “แรงงาน” เป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ
เมื่อถามนักลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตถึงเหตุผลในการเลือกที่จะลงทุนในประเทศพม่า หลายต่อหลายครั้งที่ได้รับคำตอบว่า “แรงงาน” เป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ
เมื่อแรงงานพม่ากลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ นักลงทุนจึงควรมีความเข้าใจในกฎเกณฑ์การจ้างงาน โดยข้อกำหนดเบื้องต้นที่ควรนำมาใช้เป็นองค์ประกอบในการวางแผนธุรกิจ ประกอบไปด้วย
ข้อกำหนดเกี่ยวกับสัดส่วนของการจ้างแรงงานระหว่างแรงงานพม่าต่อต่างชาติ
พม่าไม่มีข้อกำหนดเรื่องนี้ นอกจากจะมีข้อจำกัดบางประการเท่านั้น ได้แก่ การห้ามไม่ให้ชาวต่างชาติเป็นกรรมการของบริษัทที่ถือหุ้นโดยชาวพม่าทั้งหมด เพื่อป้องกันโครงสร้างการถือหุ้นแทน หรือนอมินี และการจ้างแรงงานชาวต่างชาติโดยบริษัทที่ได้รับสิทธิประโยชน์การลงทุนภายใต้กฎหมายว่าด้วยการลงทุนของชาวต่างชาติ 2555 ที่กำหนดให้บริษัทต้องจ้างแรงงานพม่าไม่น้อยกว่า 25% ใน 2 ปีแรก 50%ในปีที่ 34 และ 75% ในปีที่ 56 นับจากปีที่เริ่มประกอบกิจการ
อัตราค่าจ้าง
ต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา พม่าได้ออกกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำ โดยกำหนดกฎเกณฑ์กว้างๆ เกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำ แบ่งตามประเภทสาขาธุรกิจ และอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานผู้รับผิดชอบ แต่ไม่มีเนื้อหาว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำว่าจะเป็นเท่าใด ปัจจุบันการกำหนดอัตราค่าจ้างของภาคเอกชนขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง โดยเฉลี่ยค่าจ้างแรงงานไม่มีทักษะอยู่ที่ประมาณ 100150 สหรัฐต่อเดือน ขณะที่ค่าจ้างแรงงานระดับผู้เชี่ยวชาญสายวิชาชีพที่ทำงานในบริษัทที่มีเครือข่ายในต่างประเทศ อาจได้ค่าตอบแทนใกล้เคียงกับอัตราค่าจ้างในตำแหน่งเดียวกันในต่างประเทศ
หน้าที่ของนายจ้างที่มีต่อลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด
ใบอนุญาตทำงาน ปัจจุบันพม่าไม่ได้กำหนดให้ชาวต่างชาติที่ทำงานในประเทศต้องมีใบอนุญาตทำงาน เว้นแต่ชาวต่างชาติที่ทำงานในบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการลงทุนของชาวต่างชาติหรือกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ที่มีข้อกำหนดให้พนักงานชาวต่างชาติต้องขอใบอนุญาตทำงาน
สวัสดิการลูกจ้าง ประกันสังคมเป็นสวัสดิการเพียงประเภทเดียวที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องทำ ในกรณีที่นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป นายจ้างต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมและร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนประกันสังคมในสัดส่วน 2.5% สำหรับนายจ้าง สูงสุดไม่เกิน 5 เหรียญสหรัฐ และ 1.5% สำหรับลูกจ้าง สูงสุดไม่เกิน 3 เหรียญสหรัฐ ทั้งนี้หากนายจ้างอยากให้สวัสดิการประเภทอื่นๆ แก่ลูกจ้างของตนอีกก็สามารถทำได้
ความต้องการแรงงานในพม่ายังมีอยู่มาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะค่าแรงเฉลี่ยยังถูกอยู่ แต่ในอนาคตค่าแรงที่ต่ำในวันนี้ก็ต้องปรับขึ้นตามกลไกเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าคงไม่ทิ้งห่างจากประเทศเพื่อนบ้านมากเท่าใดนัก
นอกจากปัจจัยด้านแรงงานแล้ว นักลงทุนยังควรคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ประกอบอีกด้วย เช่น ระบบการขนส่งสินค้า ค่าเช่าที่ดินราคาแพงที่มีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี แหล่งวัตถุดิบที่จำเป็นต่อการผลิต ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดต้นทุนทางธุรกิจทั้งสิ้น หากคำนวณดูแล้วผู้ประกอบการสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนของแรงงานได้จริง แต่อาจต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มสูงขึ้นก็เป็นได้ ดังนั้นผู้ประกอบการควรศึกษาความเป็นไปได้ในการย้ายฐานการผลิตไปประเทศพม่าก่อนตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ
อย่างไรก็ตาม มีผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการศึกษาความเป็นไปได้เกี่ยวกับการลงทุนนี่แหละที่เป็นอุปสรรค ด้วยข้อจำกัดทางด้านภาษาก็ดี หรือการเข้าถึงแหล่งข้อมูลก็ดี ซึ่งหากเป็นกรณีดังนี้ผู้ประกอบการอาจทำการสอบถามข้อมูลจากผู้ประกอบการที่ได้เข้าไปลงทุนก่อนหน้านี้ หรือจากสถานทูตไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และกรมการค้าต่างประเทศ หรืออาจจะเลือกปรึกษาที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในประเทศพม่า ก็จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้ผู้ประกอบการได้รับข้อมูลการลงทุนอย่างครบถ้วน







