
กลุ่มสร้างอสังหาริมทรัพย์ความหวังอยู่ครึ่งปีหลัง
นักวิเคราะห์ดอยช์แบงก์คาดผลประกอบการงวดไตรมาส 2 ปี 2556 ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์รวมแล้วเพิ่มขึ้น 49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 36% จากไตรมาสแรก ทั้งนี้ กำไรที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกมาจากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากยอดโอน ซึ่งจะสูงสุดในช่วงไตรมาส 4
นักวิเคราะห์ดอยช์แบงก์คาดผลประกอบการงวดไตรมาส 2 ปี 2556 ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์รวมแล้วเพิ่มขึ้น 49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 36% จากไตรมาสแรก ทั้งนี้ กำไรที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกมาจากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากยอดโอน ซึ่งจะสูงสุดในช่วงไตรมาส 4
ผลประกอบการของบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) จะเพิ่มขึ้นสูงสุดในกลุ่ม เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน รองลงมาคือ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) และผลประกอบการในช่วงครึ่งแรกปีนี้ของบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) และ QH คิดเป็น 49% และ 73% จากประมาณการทั้งปีตามลำดับ สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 37%
นอกจากนั้นยังคาดว่าผลประกอบการของ QH จะสูงสุดในช่วงครึ่งแรกปีนี้ เนื่องจากกว่า 1 ใน 3 จะโอนในช่วงไตรมาส 2 ทำให้ผลประกอบการครึ่งปีแรกของ QH จะอยู่ที่ 73% จากประมาณการสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 36%
บริษัท ศุภาลัย (SPALI) และบริษัท แสนสิริ (SIRI) จะมีผลประกอบการเพียง 26% และ 17% จากประมาณการทั้งปีตามลำดับ เนื่องจากยอดโอนอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และคาดว่า SIRI จะรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 กลับมากำไรจากไตรมาสแรกที่ขาดทุน หลังจากอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลง
ดอยช์แบงก์คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะคงที่จากไตรมาสแรก เนื่องจากยอดโอนและยอดเปิดตัวที่ลดลงในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายลดลง ในขณะที่ยอดจองก็ลดลงเช่นกัน ผลประกอบการเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากยอดการรับรู้รายได้และอัตราภาษีนิติบุคคลที่ลดลง ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1.77% เป็น 14.6%
“เราชอบ QH และ LH เนื่องจากการรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งแรกปีนี้ที่สูง ยอดจองและเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3 และมีศักยภาพในการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง
ดอยช์แบงก์ชอบ SIRI จากประการแรก การดำเนินงานที่ดีขึ้นจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง
ประการที่สอง การรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ที่สูง
ประการที่สาม แนวโน้มการเติบโตที่สูงในอนาคต โดยมีอัตราการเติบโต สำหรับปี 25562558 ที่ 20%
กลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีความเสี่ยงสำคัญ คือ ประการแรก การขึ้นดอกเบี้ย
ประการที่สอง ความล่าช้าในการโอน
ประการที่สาม ค่าใช้จ่ายในการขายที่สูงกว่าคาด
ประการที่สี่ ความเสี่ยงทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น







