
คลี่คลายแต่ไม่เป็นขาขึ้น
การเมืองยังคงยุ่งๆ ณ ขณะที่เขียนต้นฉบับ แต่ก็คงต้องบอกว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับพี่น้องชาวไทย เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้จนเคยชิน ปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน แม้เกิดจากการเมือง แต่ทุกท่านก็คงทราบว่า คงไม่มีการแก้ไขให้สำเร็จได้ในระยะสั้น ไม่ว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในที่สุดแล้วจะผ่านหรือไม่ก็ตาม! แต่สิ่งที่ทุกคน โดยเฉพาะภาครัฐจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ก็คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ
การเมืองยังคงยุ่งๆ ณ ขณะที่เขียนต้นฉบับ แต่ก็คงต้องบอกว่า ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับพี่น้องชาวไทย เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้จนเคยชิน ปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน แม้เกิดจากการเมือง แต่ทุกท่านก็คงทราบว่า คงไม่มีการแก้ไขให้สำเร็จได้ในระยะสั้น ไม่ว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในที่สุดแล้วจะผ่านหรือไม่ก็ตาม! แต่สิ่งที่ทุกคน โดยเฉพาะภาครัฐจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ก็คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ
จึงไม่แปลกอะไรที่ต้นสัปดาห์นี้ เราจะเห็นแผนกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล โดยเนื้อหาของแผนได้แบ่งเป็น 5 ส่วน คือ หนึ่ง มาตรการบริโภค สอง มาตรการลงทุนภาคเอกชน สาม มาตรการใช้จ่ายภาครัฐ สี่ มาตรการส่งออก และห้า มาตรการสนับสนุนท่องเที่ยว ซึ่งถ้าเราพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเที่ยวนี้ก็ต้องบอกว่า เป็นการล้อกับสูตรการเติบโตทางเศรษฐกิจของหลักคิดเบื้องต้นก็คือ C+I+G+(XM)
ประเด็นก็คือ ไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้นจนพอจะสร้างความแปลกใหม่ให้กับการดึง GDP เพิ่ม แต่การคาดหวังของรัฐบาลที่ GDP จะเพิ่มจาก 4 ไปสู่ 5% ก็ต้องเรียนว่า ถ้าความมั่นใจเพิ่มขึ้น มาตรการ GDP ก็เพิ่มขึ้นได้เอง แต่สิ่งที่ต้องติดตามในเรื่องเศรษฐกิจยังเป็นเรื่องเดิม ที่เป็นแผนใหญ่ก็คือเรื่องของโครงการภาครัฐ และเสถียรภาพทางการเมือง เพราะการเริ่มกระตุ้นในช่วงเริ่มต้นเกิดขึ้นในช่วงของการเพิ่มรายได้กับประชาชน (ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท 15,000 บาท ปริญญาตรี) และมาต่อด้วยโครงการรถคันแรก เพราะฉะนั้นการต่อด้วยโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นการลงทุนโดยภาครัฐต้องเกิดขึ้น มิเช่นนั้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในแผนใหญ่จะเกิดการชะลอตัวนั้นก็คือ โจทย์ใหญ่ที่ต้องดูมากกว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เพิ่งออกมาใหม่?
ความสำคัญของประเด็นดังกล่าว ก็ถูกส่งมาถึงปัจจัยการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะกรณีการเมืองไม่นิ่ง เสถียรภาพของรัฐบาลก็จะแย่ด้วย และแน่นอนที่สุดโครงการขนาดใหญ่ต่างๆ น่าจะมีผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฉะนั้นเหตุผลดังกล่าวจึงยังตอกย้ำว่า ปัจจัยการเมืองระยะสั้นยังคงเสี่ยง แม้เหมือนจะดูคลี่คลายในระยะสั้นก็ตาม แต่ทุกอย่างยังไม่สิ้นสุด และคาดว่าสิ่งที่จะมีคำตอบได้ในกรณีความขัดแย้งของ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็คงเป็นเดือน
วกกลับมาตลาดหุ้นไทย เหมือนบรรยากาศจะคลี่คลายในระดับหนึ่งในระยะสั้น การปรับตัวสูงขึ้นมาจะทำให้เกิดการขึ้นในช่วงสั้นๆ ได้ แต่คาดว่าการขึ้นดังกล่าวน่าจะชะลอตัวที่ 1,480 หรือ 1,500 แปลว่ากรอบของ Set Index ยังอยู่ที่การแกว่งตัวในกรอบใหญ่ที่ 1,500 เป็นกรอบบน และ 1,338-1,375 เป็นกรอบล่าง แปลว่า Set Index ยังคงแกว่งตัว และยังไม่เป็นขาขึ้น เพราะฉะนั้นการเล่นในช่วงนี้จึงเป็นการเล่นสั้นๆ เพื่อเอา Gap เท่านั้น คงมิใช่การกลับไปสู่ทิศทางตลาดขาขึ้นที่แท้จริง







