
แนะไทยพัฒนาผลิตวัตถุดิบอาหารต่อเนื่อง
ชี้ไทยเบอร์หนึ่งผลิตวัตถุดิบอาหารในอาเซียน แนะผู้ประกอบการเร่งพัฒนาสินค้าหนีเวียดนาม
ชี้ไทยเบอร์หนึ่งผลิตวัตถุดิบอาหารในอาเซียน แนะผู้ประกอบการเร่งพัฒนาสินค้าหนีเวียดนาม
น.ส.รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) ผู้ประกอบธุรกิจจัดงานแสดงนิทรรศการและงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นผู้นำผลิตวัตถุดิบอาหารในภูมิภาคอาเซียน มีการส่งออกไปตลาดโลกมากที่สุด และตลาดเติบโตปีละ 25% การเปิดประชาคมอาเซียนจะส่งผลดีให้ผู้ประกอบการไทยสามารถขยายตลาดและใช้ฐานวัตถุดิบผลิตสินค้าร่วมกันในอาเซียนเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน เวียดนามซึ่งเป็นคู่แข่งการผลิตวัตถุดิบอาหารของไทย ได้ใช้ไทยเป็นต้นแบบ (โมเดล) ในการผลิตอาหารและวัตถุดิบอาหาร ดังนั้นผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัว พัฒนาการผลิตและมุ่งผลิตสินค้าให้มีความหลากหลายและล้ำสมัย เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาดโลก และทำให้ไทยเป็นผู้นำด้านการผลิตอาหาร อาหารแปรรูป และวัตถุดิบอาหารในอาเซียนต่อไป
ปัจจุบันมีบริษัทขนาดใหญ่จากต่างประเทศสนใจเข้ามาลงทุนและร่วมผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาหารกับผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมองเห็นศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางผลิตอาหารของโลก และเชื่อมั่นว่าไทยเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบอาหารที่สำคัญ โดยที่ผ่านมาไทยเป็นผู้ผลิตไก่ปรุงสุกติดอันดับ 3 หรือ 4 ของโลก
พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมจัดงาน ฟู้ด อินเกรเดียน เอเชีย 2013 (Food Ingredients Asia 2013) ที่ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 11-13 ก.ย.นี้ ซึ่งจะมีบริษัทวัตถุดิบอาหาร 400 บริษัท จาก 30 ประเทศร่วมแสดงสินค้า คาดว่าปีนี้จะมีประชาชนและนักธุรกิจ ผู้ประกอบการธุรกิจอาหาร มาร่วมงาน 1.1 หมื่นคน เพิ่มขึ้น 25% จากปี 2554
สำหรับภาพรวมตลาดวัตถุดิบอาหารในปัจจุบัน พบว่า ลูกค้าต้องการวัตถุดิบอาหารที่มาจากธรรมชาติมากขึ้น และนำเสนอสินค้าที่ผลิตโดยเทคโนโลยีใหม่ๆ คาดว่า ปีนี้จะมีผู้ประกอบการมาชมงานเป็นคนไทยสัดส่วน 70% และต่างชาติ 30%
นอกจากนี้ ในปีหน้ามีแผนจัดงาน ฟู้ด อินเกรเดียน เอเชีย 2014 ในเดือน พ.ค.ที่ประเทศเวียดนาม เพราะเป็นตลาดใหม่ที่กำลังเติบโต ซึ่งคนไทยสามารถขยายการลงทุนเพื่อใช้เป็นฐานผลิตร่วมกันได้มากขึ้นเวียดนามได้มากขึ้น รวมทั้งผู้ประกอบการไทยสามารถขยายการลงทุนมาในประเทศเวียดนามเพื่อใช้ฐานผลิตร่วมกัน เนื่องจากมีวัตถุดิบผลิตอาหารที่ใกล้เคียงกับไทย มีแรงงานจำนวนมาก ค่าแรงต่ำ และภาครัฐส่งเสริมการลงทุนจากต่างชาติ







