posttoday
กระตุ้นศก.ครบ

กระตุ้นศก.ครบ

08 สิงหาคม 2556

สวัสดีครับทุกท่าน...ผมประเมินว่าภาพรวมของตลาดฯ ในปัจจุบันอยู่ในช่วงของการประเมินความเสี่ยงของการเมืองซึ่งห่างหายไปจากตลาดฯ พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นท่าทีของผู้ชุมนุมว่าจะมีกลยุทธ์และการเคลื่อนไหวอย่างไร เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นใหม่

สวัสดีครับทุกท่าน...ผมประเมินว่าภาพรวมของตลาดฯ ในปัจจุบันอยู่ในช่วงของการประเมินความเสี่ยงของการเมืองซึ่งห่างหายไปจากตลาดฯ พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นท่าทีของผู้ชุมนุมว่าจะมีกลยุทธ์และการเคลื่อนไหวอย่างไร เนื่องจากเป็นกลุ่มที่เกิดขึ้นใหม่

ในขณะเดียวกันตลาดฯ กำลังรอดูท่าทีของรัฐบาลในการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมว่าจะมีเนื้อหาเป็นไปตามที่ประกาศไว้หรือไม่ซึ่งทั้ง 2 ประเด็นคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ ทำให้ผมเชื่อว่าระดับความเสี่ยงทางการเมืองต่อตลาดฯ จะผ่านระดับสูงสุดเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเนื้อหาของกฎหมายนิรโทษกรรมไม่มีประเด็นที่สร้างความขัดแย้งมากขึ้น

หลังจากนั้นในสัปดาห์หน้า ผมประเมินว่าปัจจัยการเมืองจะคล้ายกับอดีต คือ ตลาดฯ จะชินกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง จนกว่าจะมีจุดเปลี่ยนสำคัญ

ในระหว่างที่ปัจจัยด้านการเมืองกำลังร้อนแรง แต่ทางรัฐบาลก็ยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลภาพรวมเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัวซึ่งกำลังทำให้ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และนักลงทุน ขาดความมั่นใจ ผมถือว่าท่าทีดังกล่าวของรัฐบาลเป็นสิ่งที่ดีต่อตลาดหุ้น

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2556 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 ด้าน ได้แก่ มาตรการด้านการบริโภคภาคเอกชน (Consumption) มาตรการด้านการลงทุนภาคเอกชน (Investment) มาตรการด้านการใช้จ่ายภาครัฐฯ (Government spending) และมาตรการด้านการส่งออก (Export) โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตของ GDP ได้ประมาณ 1% หรือ ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท คาดว่าจะเริ่มเห็นผลตั้งแต่ไตรมาสที่ 4/2556

หากวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินมาตรการและผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากมาตรการ ผมมีความเห็นดังนี้

ธุรกิจด้านการบริโภคได้รับประโยชน์ชัดเจนในระยะสั้นจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 25562557 ประเมินว่า มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณปี 25562557 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับจังหวัด ท้องถิ่น และชุมชน เพื่อให้เม็ดเงินกระจายเข้าสู่ระบบโดยเร็วมีโอกาสทำได้จริงและส่งผลบวกเร็วสุด ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภค ได้แก่ CPALL, BIGC, MAKRO, GLOBAL, HMPRO, TK, SINGER, ADVANC, DTAC, TRUE, SIM

ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและการขนส่ง เข้าเงื่อนไขการสนับสนุนมากที่สุด มีโอกาสเกิดขึ้นได้ และส่งผลดีในระยะกลางยาว จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้ง 4 ด้านนั้น มาตรการที่คาดว่าจะสามารถทำได้และส่งผลบวกได้จริง ได้แก่ มาตรการด้านภาษีในการสนับสนุนการจัดสัมมนาในประเทศ มาตรการภาษียกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มาตรการสนับสนุนรถยนต์อีโคคาร์ มาตรการด้านการใช้จ่ายภาครัฐ มาตรการส่งออก และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งโดยรวม เราประเมินว่า ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวและขนส่งเข้าเงื่อนไขการสนับสนุนมากที่สุด หุ้นที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ CENTEL NOK AAV THAI

อุตสาหกรรมยานยนต์ ได้รับประโยชน์ในระยะยาว มาตรการสนับสนุนอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล (Eco Car) ระยะที่ 2 โดยผ่านสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนของ BOI ในการลงทุนใหม่ นอกเหนือจาก 5 รายเดิม ประเมินว่าหุ้นที่ได้ประโยชน์ ได้แก่ หุ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม เช่น AMATA, HEMRAJ, TICON ทั้งนี้ การเปิดระยะที่ 2 จะเปิดทางให้ผู้ผลิตรถรายอื่นๆ เข้าร่วมโครงการ เช่น Ford, Mazda, Tata, GM สำหรับผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีสัดส่วน อีโคคาร์สูงคือ STANLY ส่วน AH, SAT, TRU สัดส่วนยอดขายส่วนใหญ่จะอยู่ในรถกระบะ แต่ก็จะได้ประโยชน์บ้าง

มาตรการกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชนอาจมีข้อจำกัด และยังไม่สามารถประเมินผลได้ชัดเจน ประเมินว่า มาตรการที่ยังไม่สามารถประเมินผลได้ชัดเจน ได้แก่ การสนับสนุนให้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน เนื่องจากหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง อาจเป็นอุปสรรคในด้านกำลังซื้อ และมาตรการสนับสนุนในด้านอุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร เนื่องจากมีข้อจำกัดในหลายด้าน รวมถึง มาตรการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการขนาดกลาง เล็ก และรายย่อย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานานแล้ว

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวในเบื้องต้นจะส่งผลบวกในแง่ Sentiment เท่านั้น หากความเสี่ยงทางการเมืองไม่ได้ลดลง เนื่องจากถือว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญที่จะกระทบทั้งในด้านการบริโภค การลงทุน การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายของรัฐบาลเอง

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ...ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของผมเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท