
กระตุ้นศก.แค่น้ำจิ้ม
ธปท.ระบุไม่ได้สร้างกำลังซื้อเพิ่มขึ้นโบรกเกอร์จับตาท่องเที่ยวเบิกงบ
ธปท.ระบุไม่ได้สร้างกำลังซื้อเพิ่มขึ้นโบรกเกอร์จับตาท่องเที่ยวเบิกงบ
ธปท.การันตีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลส่งผลดีต่อจีดีพีบ้าง ด้าน บล.ธนชาตสวนหมัดระบุไร้ผล
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของรัฐบาลใน 20 มาตรการนั้น ถือเป็นมาตรการที่พอจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้บ้าง
นายเมธี กล่าวว่า ข้อมูลที่เปิดเผยออกมาในเบื้องต้นส่วนใหญ่เป็นมาตรการที่ช่วยลดอุปสรรค หรือเพิ่มความสามารถในการทำธุรกิจการลงทุน และเร่งการใช้จ่ายของภาครัฐ รวมถึงผลักดันมาตรการที่เคยประกาศก่อนหน้านี้ให้เดินหน้าได้เร็วขึ้น ไม่ใช่มาตรการกระตุ้นการบริโภค จึงถือเป็นแนวทางที่ดีพอสมควร เพียงแต่จะได้ผลในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากน้อยแค่ไหนยังต้องติดตาม
“ที่ผ่านมาการใช้จ่ายภาครัฐแม้จะไม่ได้ล่าช้านัก แต่โครงการลงทุนต่างๆ ยังติดขัดและล่าช้า ทำให้เงินเข้ามาสู่ระบบเศรษฐกิจได้น้อย รัฐบาลคงต้องเตรียมหาทางออกในการลงทุนขนาดใหญ่ อย่างการกู้เงินลงทุน 2 ล้านล้านบาท หรือการลงทุนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่ยังมีปัญหาเอาไว้แล้ว แต่ถึงแม้การลงทุนขนาดใหญ่เหล่านี้ยังไม่เกิด ก็คงกระทบเศรษฐกิจและการลงทุนไม่รุนแรงนัก เพราะปกติโครงการเหล่านี้จะกระจายการลงทุนเข้าไปในงบประมาณรายปีและทยอยกู้ระยะหลายปีอยู่แล้ว” นายเมธี กล่าว
นายเมธี กล่าวอีกว่า สถานการณ์ในปัจจุบัน ธปท.ติดตามประเมินสถานการณ์ และปัจจัยที่จะเข้ามากระทบเศรษฐกิจไทย ทั้งปัจจัยจากภายในและภายนอกประเทศอย่างใกล้ชิด ซึ่งเชื่อว่า มาตรการกระตุ้นของรัฐบาลรอบนี้น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง แต่จะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เพิ่มขึ้นถึง 1% หรือไม่ จะต้องศึกษารายละเอียดมาตรการที่จะนำมาใช้ก่อน
นายเมธี กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะลดการใช้มาตรการผ่อนคลายปริมาณเงิน (คิวอี) ในเดือน ก.ย.นี้ คาดว่าจะกระทบหรือสร้างความผันผวนให้ตลาดการเงินโลกและตลาดการเงินไทยไม่มากนัก เนื่องจากเป็นไปในทิศทางที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว และตลาดก็รับทราบข่าวไปก่อนหน้านี้แล้ว จึงเชื่อว่าไม่เกิดความผันผวนที่รุนแรงกับตลาดการเงินและเงินทุนเคลื่อนย้ายที่รุนแรง
“อะไรที่ตลาดการเงินรับรู้อยู่แล้ว ความผันผวนที่เกิดขึ้นก็ไม่น่าจะรุนแรง และตลาดก็ปรับตัวรับข่าวนี้ไปในระดับหนึ่งแล้ว แต่ถ้าเป็นอะไรที่ตลาดไม่ทันได้คาดการณ์ไว้ก่อน อาจจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงได้” นายเมธีกล่าวต่อ
ด้าน บริษัท หลักทรัพย์ธนชาตประเมินว่ามาตรการระยะสั้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังและในปี 2557 ของรัฐบาลที่ประกาศออกมานั้น แม้จะเป็นข่าวที่ดี แต่เรามองว่า ถ้าไม่มี ก็จะไม่เกิดผลกระทบที่มีนัยสำคัญใดๆ
บล.ธนชาตวิเคราะห์ว่า ในมุมมองของ บล.ธนชาติมี 2 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ มาตรการด้านการบริโภคภาคเอกชนที่เกี่ยวกับการใช้จ่ายการท่องเที่ยว และมาตรการด้านการใช้จ่ายภาครัฐที่จะดำเนินการโดยผ่านการเร่งรัดการเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2013 โดยจะเริ่มเบิกจ่ายตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปีเป็นต้นไป ที่จะส่งผลให้เกิดกำลังซื้อและการลงทุนเพิ่มเติม
นอกจากนี้ บล.ธนชาตยังระบุอีกว่าได้ยินว่ารัฐบาลจะพยายามเปลี่ยนจากการใช้จ่ายภาครัฐแบบ backloading มาเป็นแบบ frontloading เริ่มในปีงบประมาณ 2014 ซึ่งจะเริ่มในเดือน ต.ค. 2556 ซึ่งหากรัฐบาลสามารถทำได้จะเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ได้ด้วยการเร่งการใช้จ่ายของภาครัฐบาล
ขณะที่ บล.เคจีไอ วิเคราะห์ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดว่าเป็นบวกต่อการบริโภคในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีก ธุรกิจบ้าน และธุรกิจยานยนต์







