posttoday
ปมทรัพย์สินทางปัญญาแนะจดก่อนโดนคู่ค้า "ขโมย"

ปมทรัพย์สินทางปัญญาแนะจดก่อนโดนคู่ค้า "ขโมย"

07 สิงหาคม 2556

ทรัพย์สินทางปัญญา นับเป็นปัจจัยสำคัญของทุกบริษัทที่ทำธุรกิจ ขณะเดียวกันกลับกลายเป็นเรื่องที่มีปัญหาค่อนข้างมากในอาเซียน

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ทรัพย์สินทางปัญญา นับเป็นปัจจัยสำคัญของทุกบริษัทที่ทำธุรกิจ ขณะเดียวกันกลับกลายเป็นเรื่องที่มีปัญหาค่อนข้างมากในอาเซียนบางครั้งเกิดการลอกเลียนทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบ “ของก๊อป” แต่บางครั้งก็ถึงขั้นมีการชิงจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาก่อน “ของจริง” จน “ของจริง” ต้องกลายเป็น “ของเก๊”

นนท์ หรยางกูร ที่ปรึกษากฎหมายและทนายความหุ้นส่วน บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ บอกว่า ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ผู้ประกอบการบางส่วนกลับละเลย จนทำให้ “คนหัวใส” ในทางที่ผิดบางคนชิงจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศของเขาก่อนเรา เนื่องจากทรัพย์สินทางปัญญาไม่ได้คุ้มครองกันข้ามประเทศ

ทรัพย์สินทางปัญญามีหลายประเภท เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่งคือ เครื่องหมายการค้า เพราะช่วยบอกแหล่งที่มาของสินค้า แยกแยะสินค้าไม่ให้ผู้บริโภคสับสน อีกทั้งยังช่วยรับประกันคุณภาพสินค้าไปในตัวอีกด้วย

เมื่อการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีผลเฉพาะในประเทศที่จด เบเคอร์จึงพบกรณีบริษัทต่างๆ ถูกบริษัทในประเทศเพื่อนบ้านชิงเอาเครื่องหมายการค้าของตัวเองไปจดทะเบียนก่อนค่อนข้างมาก ที่สำคัญคือผู้ที่ชิงจดกว่าครึ่งหนึ่ง คือคู่ค้าในต่างประเทศของบริษัทนั้นเอง

ดังนั้น ผู้ประกอบการของไทยที่มีแผนจะไปค้าขายหรือลงทุนในอาเซียน จึงควรรีบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอย่างรวดเร็วก่อนที่จะเกิดปัญหาตามมา

ปัจจุบัน อาเซียนมีระบบการพิจารณาการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 2 ระบบ 1.ยื่นก่อนมีสิทธิก่อน คือหากมีผู้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบเดียวกันมากกว่า 1 ราย จะให้สิทธิแก่ผู้ที่ยื่นขอจดทะเบียนก่อน และ 2.ใช้ก่อนมีสิทธิดีกว่า คือยึดหลักจารีตประเพณีการใช้ พิจารณาว่าผู้ยื่นรายใดมีประวัติการใช้เครื่องหมายการค้านั้นอยู่ก่อน โดยประเทศส่วนใหญ่จะใช้ระบบแรก มีเพียงมาเลเซียที่ใช้ระบบที่สอง

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในอาเซียน ต้องใช้ระยะเวลาเฉลี่ยในการจดทะเบียนนาน 13 ปี และบางกรณีใช้เวลานานถึง 10 ปี นอกจากนี้ บางประเทศ เช่น พม่า กำลังจะเปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า ดังนั้น ผู้ที่สนใจทำการค้าการลงทุนในอาเซียน จึงต้องวางแผนล่วงหน้าและศึกษาข้อมูลของแต่ละประเทศให้ดีในการจดทะเบียน

ธัญลักษณ์ ปิติเศรษฐการ ฝ่ายการค้าต่างประเทศ บริษัท โซเล็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) บอกว่า หลักการที่ผู้ประกอบการควรใช้ในการทำการค้าหรือลงทุนกับประเทศในอาเซียน ประกอบด้วย 4ป เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ ป้องกัน ผู้ประกอบการต้องอย่าช้าหรือรีรอจนตัวเองกลายเป็น “ของเก๊” เพราะโดนบริษัทหัวใสในประเทศคู่ค้าชิงจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของเราก่อนเรา ไม่ว่าจะมีแผนติดต่อค้าขายหรือลงทุนเมื่อไหร่ ก็ต้องพิจารณาจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเอาไว้ก่อน

“เราทำธุรกิจส่งออกอยู่ 70 ประเทศ แต่ตอนนี้เราไปจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้เลย 200 ประเทศ เราต้องจดทะเบียนในประเทศที่มีชายแดนติดกับประเทศคู่ค้าของเราด้วย เพื่อปกป้องสิทธิให้กับผู้นำเข้าสินค้าของเรา”

การทำการค้าหรือลงทุนกับประเทศในอาเซียนนั้น เรื่องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าถือเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ บริษัทเคยมีประสบการณ์ถูกเพื่อนบ้านในอาเซียนชิงจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ต้องเสียทั้งเวลาและเงินมหาศาลในการแก้ปัญหามาแล้ว

สำหรับอีก 3ป ที่เหลือ คือ เปลี่ยนแปลง ต้องจัดการทัศนคติของเราให้เหมาะสมกับการไปลงทุนต่างประเทศ ต่อมาคือ ปรับปรุง เมื่อพบว่าเรามีจุดบกพร่องอะไร และคู่แข่งที่อยู่ในบ้านเขาเป็นอย่างไร ก็ปรับปรุงตัวเองให้ดีกว่า สุดท้ายคือ ปฏิบัติ ต้องทำการค้าต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้เสียฐานตลาด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท