
เริ่มธุรกิจ ไม่มีคำว่าสาย รวยได้แม้วัยเลยเลข4
สาวๆ หลายคนอาจจะคิดว่า ช่วงเวลาในวัยขึ้นเลขสี่ คือ อุปสรรคต่อการทำงานหรือคิดจะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
สาวๆ หลายคนอาจจะคิดว่า ช่วงเวลาในวัยขึ้นเลขสี่ คือ อุปสรรคต่อการทำงานหรือคิดจะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว เพราะด้วยอายุขัยที่มากขึ้น หน้าที่รับผิดชอบที่ต้องดูแล รวมไปถึงเรื่องของสุขภาพที่ได้บั่นทอนพลังงานในชีวิตไป
อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมองในมุมกลับหรือเปลี่ยนมุมมอง การขึ้นเลขสี่นั้นไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เพราะอีกมุมหนึ่งได้แสดงให้เห็นว่า ประสบการณ์การทำงานของสาววัย 40 ปีนั้น เรียกได้ว่า เต็มเปี่ยมทั้ง “ความรู้ ความมั่นใจ ความคิด และเงินทุน”
“ในช่วงอายุ 40 ปี คุณได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมาย ทั้งในเรื่องหน้าที่การงานและรู้จักตนเอง ขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดมาตลอดชีวิต” ราคิล จอห์นสัน เจ้าของ “คูเพจ” บริษัทผู้ออกแบบสินค้าชื่อดัง กล่าว
ทั้งนี้ คูเพจ เป็นบริษัทที่ให้บริการออกแบบสินค้าสุดทันสมัย โดยที่ผ่านมา ออกแบบสินค้าให้กับแบรนด์ชื่อดังของโลกหลายบริษัท เช่น รถยนต์ออดี้ อินเคส ไพโอเนียร์ โซนี่ เป็นต้น
จอห์นสัน และสามี ซึ่งเป็นวิศวกร ได้ริเริ่ม “คูเพจ” เมื่อจอห์นสันอายุ 40 ปี โดยผู้ประกอบการหญิงกล่าวว่า แม้ว่าช่วงแรกจะเป็นเรื่องที่ท้าทายมากที่จะทิ้งงานประจำในบริษัทที่มีทั้งความมั่นคงและเงินเดือนที่แน่นอน ทว่าการเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวนั้นทำให้เจ้าตัวมีอิสระมากขึ้น และเป็นการได้ค้นพบในสิ่งที่รักจริงๆ ซึ่งสิ่งนี้เป็นแรงผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้า
นอกจากนี้ จอห์นสันยังระบุว่า การเริ่มต้นทำธุรกิจในวัยนี้ทำให้ไม่ต้องไปขอสินเชื่อ หรือหาผู้สนับสนุน เพราะอาศัยเงินทุนจากเงินที่เก็บสะสมมาได้
ด้าน คาเรน สกอฟิลด์ เจ้าของแบรนด์ “ลุคซา” แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังของเมืองผู้ดีก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เริ่มธุรกิจในวัย 46 ปี
“เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป คุณจะมีความมั่นใจที่จะเดินทางตามเส้นทางที่ต้องการ” สกอฟิลด์ กล่าว ทว่าในช่วงแรกที่เริ่มทำธุรกิจนั้นทุกอย่างไม่ได้ราบรื่น เนื่องจากต้องจัดการธุรกิจด้วยตัวคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเทคโนโลยี ปัญหาการจัดการ ไปจนถึงการซื้ออุปกรณ์ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า อารมณ์ขันเป็นสิ่งที่ทำให้หลุดพ้นจากปัญหาในตอนนั้นได้
สกอฟิลด์ ระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานในสถานีโทรทัศน์ ซึ่งครอบคลุมการจัดการเวลาและคน รวมไปถึงการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งสามารถประยุกต์เข้ากับงานของลุคซาได้เป็นอย่างดี ทว่าก็ยังมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก
“การเป็นผู้นำที่ลุคซา หมายความว่า จะต้องดูแลทุกๆ อย่าง และต้องตัดสินใจขั้นสุดท้าย” เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำของอังกฤษกล่าว ซึ่งการทำงานหนักและความพยายามของสกอฟิลด์ก็ไม่ได้เสียเปล่า เมื่อยอดขายของลุคซาเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งทุกปี
ขณะที่ ซาราห์ เวค แห่ง “ฮิดเดน สปริงส์ เมเปิล” ซึ่งเป็นธุรกิจผลิตน้ำหวานจากเมเปิล (เมเปิลไซรัป) ในสหรัฐก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ระบุว่า ประสบการณ์การทำงานก่อนหน้านี้ได้ทำให้สาวเจ้ามีความมั่นใจและความกล้าที่จะลงมือทำอะไรมากขึ้น เมื่อเห็นโอกาสทางธุรกิจที่สดใส
“ฉันทำงานอยู่ในซิลิคอนแวลลีย์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและการพัฒนาไฮเทคชั้นนำของสหรัฐ ฉันเริ่มเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในด้านการค้าปลีก ทว่าในตอนนั้นฉันยังอยู่ในวัย 30 กว่าๆ ซึ่งตลาดยังไม่พร้อมสำหรับธุรกิจของฉัน” เวค กล่าว
ทั้งนี้ ธุรกิจดังกล่าวเป็นของครอบครัวของสามีเวคมานานกว่า 50 ปี เวคจึงตัดสินใจที่จะผสมผสานการทำธุรกิจแบบดั้งเดิม และการทำธุรกิจแบบใหม่เข้าด้วยกัน และเริ่มขายสินค้าออนไลน์
เวคจึงต้องรับหน้าที่การจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่การทำบัญชีและทำการตลาด ไปจนถึงการจ้างงาน และแม้กระทั่งตักไอศกรีมในร้านค้าของฟาร์ม
ตัวอย่างของผู้ประกอบการทั้ง 3 คน ถือเป็นบทพิสูจน์ว่า วัยไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจแต่อย่างไร ขณะเดียวกัน วัยที่เพิ่มมากขึ้นอาจหมายถึงความสามารถภายในกำลังจะผลิบานออกมาอย่างเต็มที่ก็เป็นได้
“การพอใจในสิ่งที่เป็นทำให้ฉันสามารถประสบความสำเร็จได้จนถึงวันนี้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีกว่าตอนที่ฉันยังเด็กกว่านี้และยังไม่มีความมั่นใจในตัวเอง เพราะฉะนั้นการรู้ว่าเวลานี้เป็นเวลาที่เหมาะสม และสามารถคว้าโอกาสไว้ได้จึงเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ” จอห์นสันแห่งคูเพจ กล่าวทิ้งท้าย







