posttoday
กสอ.ดันธุรกิจเจาะเพื่อนบ้าน

กสอ.ดันธุรกิจเจาะเพื่อนบ้าน

07 สิงหาคม 2556

จัดงบ150ล.เตรียมพร้อมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี2หมื่นรายตอบรับร่วมวง

จัดงบ150ล.เตรียมพร้อมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี2หมื่นรายตอบรับร่วมวง

กสอ.อัดงบกว่า 150 ล้านบาท หนุนเอสเอ็มอีไทยรุกตลาดซีแอลเอ็มวี เปิดตัวพร้อมลุยแล้ว 2 หมื่นรายพร้อมสร้างเครือข่ายเป็นสภาSMEs หวังช่วยลดต้นทุนและเพิ่มอำนาจต่อรอง

นายโสภณ ผลประสิทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวในงาน “Industrial Forum และ DIP SMEs Network” ว่า กสอ.มีแผนใช้งบประมาณปี 2557 กว่า 150 ล้านบาทในการช่วยเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558

ทั้งนี้ โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มลุ่มน้ำโขง (ซีแอลเอ็มวี) ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เนื่องจากเป็นกลุ่มประเทศที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น และมีความเชื่อมั่นในตราสินค้าไทย จึงนับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะขยายตลาดไปยังประเทศเหล่านี้

อย่างไรก็ตาม กสอ.จะส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ การสร้างความรู้ ความพร้อมและสร้างเครือข่าย เพื่อสร้างเสถียรภาพการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ เบื้องต้นประเมินว่าขณะนี้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีความพร้อมที่จะออกไปขยายตลาดในเออีซีประมาณ 2 หมื่นรายจากเอสเอ็มอีทั้งหมด 2.6 ล้านราย

สำหรับสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการขยายตลาดเข้าไปยังต่างประเทศ คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยส่วนใหญ่ยังขาดความพร้อมด้านภาษา จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความสามารถในการใช้และการสื่อสารภาษาอังกฤษให้มากขึ้นเป็นการเร่งด่วน ขณะที่จุดแข็งของประเทศไทย คือ การมีทำเลที่ตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางของภูมิภาคทำให้เกิดความได้เปรียบในเรื่องการคมนาคมขนส่ง

นอกจากนี้ กรมได้ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างกัน เช่น การซื้อขายสินค้าภายในกลุ่มเครือข่าย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ระดับหนึ่ง อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วย

ด้านนายพรชัย รัตนตรัยภพ ประธานเครือข่ายผู้ประกอบการ “DIP SMEs Network” กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมเป็นเครือข่ายแล้วกว่า 140 ราย มียอดการค้ารวมประมาณ 100 ล้านบาทต่อปี การรวมกลุ่มเครือข่ายครั้งนี้ช่วยให้สมาชิกสามารถลดต้นทุนการผลิตสินค้าลงได้ จากเดิมที่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน รวมทั้งกำลังซื้อในตลาดยุโรปที่หดตัวลง

นอกจากนี้ กลุ่มเครือข่ายมีเป้าหมายตั้งเป็นสภาเอสเอ็มอีไทยที่มีเครือข่ายเข้มแข็งครอบคลุมทั่วประเทศ และคาดว่าในปี 2557 จะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมอีกไม่ต่ำกว่า 100 ราย

นางรัชดา ขอประเสริฐ กรรมการผู้จัดการบริษัท จิตรมาส ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารแช่แข็ง กล่าวว่า เดิมได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบ ค่าแรงและค่าโซหุ้ยต่างๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้นรวมกันกว่า 30% แต่พอมาร่วมกลุ่มเครือข่ายทำให้ช่วยลดต้นทุนการผลิตลดได้มาก เนื่องจากบรัมสามารถซื้อสินค้าที่เป็นวัตถุดิบหลักๆจากเพื่อนสมาชิกที่เข่วมเครือข่ายธุรกิจได้ในราคาต้นทุน อีกทั้งยังสามารถแลกเปลี่ยนข้มูลและประสบการณ์การทำตลาดของแต่ละบรัทได้ด้วย วึ่งจะเป็นเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจให้เข้มแข็งขึ้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ