
อมตะนวนครหวั่นกำไรวืดเป้าหมาย
AMATA หวั่นการมืองนองเลือดฉุดยอดขายที่ดินหลุดเป้า NNCL รับการเมืองถ่วงผลงานครึ่งปีหลัง
AMATA หวั่นการมืองนองเลือดฉุดยอดขายที่ดินหลุดเป้า NNCL รับการเมืองถ่วงผลงานครึ่งปีหลัง
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) เปิดเผยว่า มีความกังวลหากปัจจัยการเมืองเริ่มมีแนวโน้มความขัดแย้งมากขึ้น และหากนำไปสู่เหตุรุนแรง ยอมรับว่าจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบอุตสาหกรรมต่างชาติให้เริ่มชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์
“หากมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจะกระทบต่อบริษัทเสี่ยงให้พลาดจากเป้าหมายยอดขายที่ดิน ทั้งปีนี้ที่วางไว้ที่ประมาณ 3,000 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขายกว่า 2,000 ไร่ โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ขายที่ดินไปแล้วเพียง 600700 ไร่ ส่วนที่เหลือซึ่งได้เจรจากับลูกค้าไว้เบื้องต้นจะปิดการขายกับลูกค้าในปลายปีเป็นส่วนใหญ่ โดยเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหลักทั้งจากญี่ปุ่นและจีน” นายวิบูลย์ กล่าว
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต่างประเทศ โดยเฉพาะญี่ปุ่นมีสัดส่วนหลักประมาณ 60% ของฐานลูกค้าบริษัท ซึ่งมีความอ่อนไหวสูงต่อประเด็นความรุนแรง จะสูญเสียความเชื่อมั่นอย่างมากต่อการลงทุนในไทย
“ญี่ปุ่นเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของอมตะที่เราใกล้ชิดมาก ทำให้รู้ว่าเขาอ่อนไหวต่อประเด็นการเมืองมากขึ้น ซึ่งหากเกิดความรุนแรงขึ้นอีก เขาอาจชะลอลงทุน หรือในอนาคตอาจย้ายไปลงทุนที่อื่น แต่สถานการณ์ตอนนี้ยังไม่มีลูกค้ามาขอชะลอการลงทุน ยังต้องจับตาวันที่ 7 ส.ค. ภาวนาว่าจะไม่มีเหตุรุนแรงจนสร้างความเสียหายให้กับส่วนรวมประเทศ” นายวิบูลย์ กล่าว
นายนิพิฐ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นวนคร (NNCL) กล่าวว่า ยอมรับว่าแนวโน้มกำไรและรายได้ในช่วงครึ่งปีหลังมีความเสี่ยงให้ปรับลดลง โดยมีปัจจัยลบเพิ่มเติมทางการเมือง จากเดิมที่ถูกกดดันให้ชะลอตัวจากการส่งออกไปยังตลาดยุโรปและสหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสัดส่วนลูกค้าที่สูงสุด หรือ 40% ของฐานลูกค้า และยังมีผลกระทบจากยอดขายรถยนต์ในประเทศที่ชะลอในไตรมาส 3 ซึ่งมีสัดส่วน 40% ของฐานลูกค้า
ปัจจุบันเริ่มเห็นแนวโน้มลูกค้าต่างชาติ กลุ่มผู้ผลิตขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่เตรียมศึกษาเพื่อซื้อที่ดินเพิ่ม เริ่มชะลอการลงทุนเพื่อติดตามสถานการณ์การเมือง ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ต้องการขยายการลงทุนในระยะยาวยังคงเดินหน้าตามแผนที่วางไว้
สำหรับในช่วงครึ่งปีแรก บริษัททำผลงานได้ตามเป้าหมายของทั้งปีนี้ที่วางไว้แล้ว โดยมีกำไรเติบโตเกิน 10% ส่วนรายได้ขยายตัวประมาณ 10% จากทั้งงวดปีก่อนที่มีกำไร 222.15 ล้านบาท และมีรายได้ที่ 1,149.50 ล้านบาท เนื่องจากยังได้รับอานิสงส์จากการขยายการลงทุนในกลุ่มผู้ผลิตอาหารและยา รวมถึงกลุ่มลูกค้าญี่ปุ่น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เริ่มกระจายความเสี่ยงออกมาในต่างประเทศ หลังประสบวิกฤตขาดไฟฟ้า
บล.บัวหลวง เริ่มกังวลมากขึ้นถึงกำไรปีนี้และปีหน้าของอมตะ จึงปรับลดประมาณการกำไรลง 9% และ 7% ตามลำดับ
และปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 22 บาท จาก 28 บาท







