
ยอดปฏิเสทปล่อยกู้ทะยาน
ถึงตอนนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ธนาคารพาณิชย์ต่างคุมเข้มการปล่อยกู้สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน กันมากขึ้น หลังจากหนี้ครัวเรือนทะยานขึ้นมาอย่างน่าตื่นตระหนก
ถึงตอนนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ธนาคารพาณิชย์ต่างคุมเข้มการปล่อยกู้สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน กันมากขึ้น หลังจากหนี้ครัวเรือนทะยานขึ้นมาอย่างน่าตื่นตระหนก
ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย ชี้แจงว่า สาเหตุที่ธนาคารต่างชะลอการปล่อยกู้รายย่อย เพราะกลัวเรื่องความสามารถในการชำระหนี้ของครัวเรือนจะลดลง หลังจากหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากไม่ควบคุมในที่สุดอาจจะกระทบความสามารถในการชำระหนี้ได้
ขณะที่ ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ยอมรับว่า ผลจากภาระหนี้ภาคครัวเรือนของไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับ 80% ต่อจีดีพี ได้ส่งผลให้ยอดการปฏิเสธสินเชื่อลูกค้าบุคคลของธนาคารในช่วงครึ่งปีแรกปรับตัวเพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน โดยพบว่ายอดปฏิเสธการยื่นขอสินเชื่อบ้านปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 2530% ขึ้นมาเป็น 3035%
ขณะที่สินเชื่อบุคคลและบัตรกดเงินสด มียอดปฏิเสธเพิ่มขึ้นจาก 46% เป็น 49%
“ยอดปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็นเพราะช่วงนี้คนเริ่มมีภาระหนี้ต่อรายได้เพิ่มขึ้น เมื่อคนที่มีภาระสูงอยู่แล้วมาขอกู้จึงถูกปฏิเสธ” ปกรณ์ ชี้แจง
สำหรับสินเชื่อบัตรกดเงินสด ธนาคารจะเน้นไปที่คนมีรายได้เกิน 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน มีรายได้ประจำและต้องมีประสบการณ์ทำงานไม่ต่ำกว่า 1 ปี เท่านั้น
ถึงกระนั้นก็ตาม ปกรณ์เชื่อว่ายอดปฏิเสธสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจะไม่กระทบต่อเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อรายย่อย เนื่องจากในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาภาพรวมสินเชื่อมีการเติบโตไปแล้ว 4% มีฐานสินเชื่อ 3.06 แสนล้านบาท สินเชื่อบ้านโต 3% สินเชื่อบัตรเครดิตโต 2% และสินเชื่อบุคคลโต 11% ขณะที่เงินฝากเติบโตสอดคล้องกันที่ระดับ 5 % เป็น 1.5 ล้านล้านบาท ทำให้เชื่อว่าในครึ่งปีที่เหลือสินเชื่อรายย่อยของธนาคารจะยังเติบโตได้ตามเป้าที่ 1013 % ขณะที่เงินฝากจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 10 %
นอกจากนี้ ธนาคารยังตั้งเป้าสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมในปีนี้ให้เติบโตขึ้น 2629 % ผ่านกลยุทธ์ไลฟ์สไตล์ แบงกิ้ง ที่จะดึงฐานลูกค้าที่มีอยู่และลูกค้ารายใหม่ให้หันมาใช้กสิกรไทยเป็นธนาคารหลัก ทำให้ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ธนาคารมีอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมไปแล้ว 32 % หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 1.15 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการเติบโตรายได้จากผลิตภัณฑ์ประกัน 36 % บัตรเครดิตและร้านค้ารับบัตร 29 % และบัตรเอทีเอ็มและเดบิต 15 %
สอดคล้องกับ เวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมายอดการปฏิเสธสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารปรับเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 30%
ปัจจัยหลักมาจากภาระหนี้ภาคครัวเรือนของคนไทยที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนระบบคัดกรองสินเชื่อภายในของธนาคารที่เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น
นอกจากนี้ กลุ่มข้าราชการ ซึ่งเป็นฐานลูกค้าใหญ่ของธนาคารกรุงไทย บางส่วนเริ่มมีภาระหนี้ต่อรายได้เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมในโครงการของรัฐบาล เช่น นโยบายรถคันแรก
“ลูกค้าส่วนใหญ่ของเราเป็นกลุ่มข้าราชการ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีภาระหนี้ค่อนข้างสูง ทำให้เราอาจต้องเพิ่มความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อมากหน่อย ต้องดูกระแสเงินสดและการเดินบัญชีให้รอบคอบ ดูว่าเขามีหนี้กับธนาคารอื่นหรือไม่” เวทย์ ชี้แจง







