posttoday
ภาระกิจใหญ่ค่ายเคแบงก์กวาดธุรกิจรายย่อย

ภาระกิจใหญ่ค่ายเคแบงก์กวาดธุรกิจรายย่อย

07 สิงหาคม 2556

โดย...ดำรงเกียรติ มาลา

โดย...ดำรงเกียรติ มาลา

การประกาศตัวรุกตลาดธุรกิจลูกค้าบุคคลผ่านยุทธศาสตร์การเป็น “ไลฟ์สไตล์ แบงก์กิ้ง” ที่มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ บริการ การให้คำปรึกษา และช่องทางสาขา ของธนาคารกสิกรไทย ของผู้บริหารมือทอง “ซุปเปอร์มด” ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

ผลงานที่สะท้อนออกมาอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงครึ่งปีแรกคือ รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิที่สูงถึง 1.15 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านส่วนแบ่งการตลาดในหลากหลายธุรกิจ ธุรกิจแบงก์แอสชัวรันส์จากยอดเบี้ยประกันรวมกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท ธุรกิจร้านค้ารับบัตรมียอดใช้จ่ายกว่า 4 แสนล้านบาท

เป็นธนาคารที่มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์สูงสุดในระบบที่ 1.7 หมื่นบาท/เดือนสำหรับบัตรเครดิต และ 7,000 บาท/เดือนสำหรับบัตรเดบิต

แม้ว่าผลดำเนินงานด้านธุรกิจลูกค้าบุคคลในครึ่งปีแรกจะเป็นที่น่าพอใจ แต่โจทย์ใหญ่ที่ปกรณ์วางเอาไว้คือการก้าวขึ้นมาเป็นธนาคารหลักของลูกค้าทุกกลุ่ม ทำให้กสิกรไทยยังคงใส่เกียร์เดินหน้าต่อ โดยสถานีต่อไปคือการนำดิจิตอลเทคโนโลยีมาพลิกโฉมผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของธนาคาร ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในยุคปัจจุบันที่มีการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น ภายใต้แนวคิด “ไลฟ์สไตล์ ดิจิตอล เอ็กซ์พีเรียน” เพื่อขยายฐานลูกค้า

ปกรณ์บอกว่า ธุรกิจธนาคารต้องปรับตัวตามเทรนด์ SoLoMoCo ที่หมายถึง การใช้โซเชียลมีเดีย สมาร์ทโฟนเพื่อทำธุรกรรมการเงินหรือการค้าออนไลน์ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าถึง 1.321.35 แสนล้านบาท ได้ทุกที่ทุกเวลา

การปฏิวัติบริการเพื่อเข้าสู่การเป็นผู้นำด้านดิจิตอลแบงก์กิ้งของกสิกรไทยครั้งนี้ จะเริ่มจากการปรับโฉมสาขาจำนวน 100 แห่ง ให้เป็นไลฟ์สไตล์สเปซ โดยติดตั้ง ไลฟ์สไตล์ พาแนล ที่บอกเล่าความประทับใจของลูกค้าที่มาใช้บริการ

นอกจากนี้ จะใช้มีเดีย วอลล์ และมีเดีย สกรีน รวมทั้งดิจิตอล โปรโมชั่น สแตนด์ ซึ่งเป็นจอระบบสัมผัสที่สามารถตอบสนองลูกค้าในด้านการค้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์และบริการ สิทธิประโยชน์ ขณะเดียวกัน จะเปิดให้ใช้บริการไวไฟฟรีทุกสาขาที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และจังหวัดหัวเมืองใหญ่

“เราคาดว่าจะเปิดบริการสาขารูปแบบใหม่นี้ได้ราว 10 แห่งภายในสิ้นปีนี้ และจะเพิ่มขึ้นเป็น 100 แห่งตามเป้าภายในปีหน้า โดยใช้งบประมาณรวมกว่า 200 ล้านบาท” ปกรณ์ กล่าว

นอกเหนือจากการปรับโฉมสาขาในช่วงที่เหลือของปีนี้ ปกรณ์บอกว่า จะให้ความสำคัญกับช่องทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เพิ่มขึ้น เช่น ธุรกิจร้านค้ารับบัตรที่ในปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายจะเพิ่มร้านค้ารายย่อยที่รับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิตของธนาคารเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 1.3 แสนร้านค้า เพื่อกระตุ้นยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรของธนาคาร

เพิ่มจำนวนเครื่องรูดบัตรปกติ (อีดีซี) อีก 8 หมื่นเครื่อง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 4.3 แสนเครื่อง รวมเป็น 5.1 แสนเครื่อง

นอกจากนี้ ธนาคารยังวางแผนเปิดตัวเค โมบาย แบงก์กิ้ง พลัส รูปแบบใหม่ สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ไม่สะดวกไปใช้บริการผ่านสาขา โดยร่วมกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกด้านโซเชียล มีเดีย เปิดตัวแอพพลิเคชันในช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นการยกระดับธุรกรรมการเงินออนไลน์ เพื่อขยายฐานลูกค้าโมบาย แบงก์กิ้งให้เพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่ราว 1.4 ล้านบัญชี

“ด้วยวิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนยุคปัจจุบัน ทำให้คนต้องการทำธุรกรรมการเงินได้ทุกที่ทุกเวลา คนที่นำเทคโนโลยีมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้จะเป็นผู้ชนะและเป็นผู้นำในตลาด” ปกรณ์ ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน