
คลอดเกณฑ์ค่าจ้างที่ปรึกษา
ครม.ไฟเขียวหลักเกณฑ์คำนวณราคากลาง “ค่าจ้างที่ปรึกษา” ใหม่ เริ่มใช้ 11 ส.ค.ปีนี้
ครม.ไฟเขียวหลักเกณฑ์คำนวณราคากลาง “ค่าจ้างที่ปรึกษา” ใหม่ เริ่มใช้ 11 ส.ค.ปีนี้
ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 6 ส.ค. มีมติรับทราบหลักเกณฑ์ราคากลางค่าจ้างที่ปรึกษา และให้ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐ ถือปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.เป็นต้นไป
สำหรับหลักเกณฑ์ราคากลางค่าจ้างที่ปรึกษา ได้แก่ 1.แนวทางการใช้อัตราเงินเดือนพื้นฐาน (Basic Salary) ให้ใช้ข้อมูลอัตราเงินเดือนพื้นฐาน (Basic Salary) ของ 5 กลุ่มวิชาชีพ คือ วิชาชีพวิศวกรรม สถาปัตยกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การเงิน และงานวิจัย ที่กำหนดระดับวุฒิการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน
2.แนวทางการใช้ตัวคูณอัตราค่าตอบแทน (Mark-Up Factor) โดยใช้ตัวคูณอัตราค่าตอบแทน (Mark-Up Factor) มีพื้นฐานมาจากการคิดรวมค่าสวัสดิการสังคม (Social Charges) ค่าโสหุ้ย (Overhead) และค่าวิชาชีพ (Professional Fee) กับเงินเดือนพื้นฐาน (Basic Salary) ของที่ปรึกษา
ส่วนหลักเกณฑ์ในการคำนวณราคากลางค่าจ้างที่ปรึกษา ให้คำนวณค่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อดำเนินโครงการประกอบด้วยค่าใช้จ่าย 2 ส่วนคือ ค่าตอบแทนบุคลากร และค่าใช้จ่ายตรง เช่น กรณีทั่วไปจะใช้บุคลากรระดับผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ขึ้นอยู่กับขนาดและความยากง่ายของโครงการ ให้คิดผลตอบแทนเป็นคน-เดือน คน-วัน หรือจำนวนคน-ชั่วโมง
นอกจากนี้ ในส่วนขั้นตอนการคำนวณค่าจ้างที่ปรึกษาทั้งโครงการมี 5 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 เจ้าของโครงการจะต้องแจกแจงหรือกำหนดวัตถุประสงค์ และขอบเขตการดำเนินงาน ขั้นตอนที่ 2 กำหนดประเภทบุคลากรหรือผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่จะเข้าดำเนินการโครงการ
ขั้นตอนที่ 3 กำหนดวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ พร้อมกับประเมินระยะเวลาการทำงานของแต่ละคนที่จะใช้ในการดำเนินโครงการ ขั้นตอนที่ 4 ให้นำอัตราเงินเดือนพื้นฐานของที่ปรึกษาแต่ละคน และ ขั้นตอนที่ 5 กำหนดค่าใช้จ่ายตรง ซึ่งเมื่อรวมค่าตอบแทนบุคลากรทั้งโครงการกับค่าใช้จ่ายทางตรงจะได้ค่าที่จ้างที่ปรึกษาทั้งโครงการ







