
บลจ.ยูโอบีมั่นใจหุ้นไม่หลุด700จุด
บลจ.ยูโอบี มองการเมืองทุบหุ้นหุ้นชั่วคราว มั่นใจพื้นฐานแกร่ง การเมืองสงบต่างชาติลุยซื้อต่อ จังหวะขายกองทุนจีนเป้ากำไร 10% ใน 1 ปี นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัญหาการเมืองของไทยมองว่าเป็นปัจจัยที่กระทบตลาดหุ้นชั่วคราว จึงเชื่อว่าดัชนีไม่น่าจะต่ำกว่า 700 จุดและยังคงเป้าหมายดัชนีปลายปีที่ 850 จุดเช่นเดิม ดังนั้นหากราคาหุ้นปรับตัวลงมองว่าเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้น
บลจ.ยูโอบี มองการเมืองทุบหุ้นหุ้นชั่วคราว มั่นใจพื้นฐานแกร่ง การเมืองสงบต่างชาติลุยซื้อต่อ จังหวะขายกองทุนจีนเป้ากำไร 10% ใน 1 ปี
นายวนา พูลผล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ยูโอบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัญหาการเมืองของไทยมองว่าเป็นปัจจัยที่กระทบตลาดหุ้นชั่วคราว จึงเชื่อว่าดัชนีไม่น่าจะต่ำกว่า 700 จุดและยังคงเป้าหมายดัชนีปลายปีที่ 850 จุดเช่นเดิม ดังนั้นหากราคาหุ้นปรับตัวลงมองว่าเป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้น
"ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังเติบโตต่อเนื่อง โดยหลายบริษัทยังมีกำไรดี เช่น พลังงาน ธนาคารพาณิชย์ ดังนั้นนักลงทุนต้องเลือกหุ้นที่ได้รับผลกระทบน้อยจากการเมือง”นายวนา กล่าว
สำหรับกองทุนหุ้นของบริษัทได้ทยอยซื้อหุ้นตลอดเวลาเมื่อเห็นว่าราคาหุ้นลงเกินพื้นฐานมากๆ โดยจะแบ่งเงินลงทุน 10-15% ของพอร์ตรอจังหวะซื้อหุ้นเพื่อลงทุนระยะสั้น เนื่องจากตลาดหุ้นแกว่งตัวมาก จึงเป็นโอกาสหากำไร
นอกจากนี้ประเมินว่าแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติน่าจะยังมีอยู่ โดยเฉพาะตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นเกิดใหม่ หากประเด็นการเมืองมีทิศทางที่ดีขึ้นการชุมนุมจบลงด้วยดี หุ้นก็พร้อมจะที่ปรับตัวขึ้น เนื่องจากสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) หุ้นไทยยังถูกกว่าภูมิภาค เพียงแต่การเมืองทำให้ความน่าสนใจหุ้นลดลงไปบ้าง
“พอหุ้นลงมากๆ และดัชนีลงไปแตะ 700 ต้นๆ ก็มีแรงซื้อกลับเข้ามา อาจมองว่าราคาหุ้นต่ำเกินมูลค่าที่แท้จริง รวมถึงนักลงทุนสถาบันบางแห่งอาจเข้าซื้อหุ้นไม่ทันในรอบที่หุ้นขึ้นแรง จึงเข้ามารอบนี้เมื่อหุ้นปรับตัวลดลง”นายวนา กล่าว
อย่างไรก็ตามบริษัทได้ออกกองทุนเปิดยูโอบี ซุปเปอร์ สไตรค์ ไชน่า 2 เพื่อเป็นทางเลือกในการหาโอกาสหากำไรจากการเติบโตของเศรษฐกิจจีน ในจังหวะที่ราคาหุ้นจีนปรับตัวลดลงจึงเป็นโอกาสลงทุนโดยบริษัทจะเปิดขายกองทุนครั้งแรกและครั้งเดียววันที่ 23 - 30 เม.ย.2553 มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท อายุโครงการประมาณ 2 ปี โดยมีโอกาสเลิกกองทุนก่อนครบกำหนดหากนักลงทุนได้รับผลตอบแทนขั้นต่ำ 10% ในปีแรก หรือ 20% ของมูลค่าที่ตราไว้ภายในปีที่ 2
สำหรับตลาดหุ้นจีนได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องสลับกับการพักฐานในบางช่วงในปีที่ผ่านมา การปรับตัวที่เพิ่มขึ้นกว่า 80% ในช่วงเวลาดังกล่าวอาจทำให้ผู้ลงทุนบางส่วนเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับทิศทางของตลาดหุ้นจีนในอนาคต อย่างไรก็ตาม การปรับตัวดังกล่าวเกิดจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของจีน การเติบโตของ GDP การบริโภคภายในประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง งบประมาณของรัฐบาลที่กระตุ้นการลงทุนในปัจจัยพื้นฐานต่างๆ นอกจากนี้ตลาดหุ้นจีนโดยดัชนี FTSE/Xinhua A50 China ในปัจจุบันได้มีการตัวลงมาจากช่วงต้นปีกว่า 10%
กองทุนนี้จะลงทุนผ่านหน่วยลงทุนของกองทุนหลักต่างประเทศคือ iShares FTSE/Xinhua A50 China Index ETF ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) อ้างอิงกับดัชนีหุ้นจีน FTSE/Xinhua A50 China ซึ่งเป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหุ้นในตลาดเซี่ยงไฮ้และตลาดหลักทรัพย์เซิ่นเจิ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงทั้งหมด50 หลักทรัพย์และกองทุนหลักมีสภาพคล่องสูง
“ถือเป็นกองทุนยูโอบี ซุปเปอร์ สไตรค์ ไชน่า กองที่ 2 ซึ่งกองแรกเปิดขายไปก่อนหน้านี้มีเงินลงทุน 27 ล้านบาท โดยนโยบายลงทุนเหมือนกัน ต่างกันที่อายุเพียง 1 ปี เป้ากำไร 10%”นายวนา กล่าว







