
ยอดปฏิเสธสินเชื่อพุ่งตามหนี้ครัวเรือน
“กสิกรไทย” เผยยอดปฏิเสธสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน เริ่มทะยานตามภาระหนี้ภาคครัวเรือนไทย แต่เชื่อไม่กระทบเป้าสินเชื่อรายย่อยปีนี้ที่ 10-13%
“กสิกรไทย” เผยยอดปฏิเสธสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน เริ่มทะยานตามภาระหนี้ภาคครัวเรือนไทย แต่เชื่อไม่กระทบเป้าสินเชื่อรายย่อยปีนี้ที่ 10-13%
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากปัจจัยด้านภาระหนี้ภาคครัวเรือนของไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับ 80% ต่อจีดีพี ได้ส่งผลให้ยอดการปฏิเสธสินเชื่อลูกค้าบุคคลของธนาคารในช่วงครึ่งปีแรกปรับตัวเพิ่มขึ้นไปในทิศทางเดียวกัน โดยพบว่ายอดปฏิเสธการยื่นขอสินเชื่อบ้านปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 25-30% เป็น 30-35% ขณะที่สินเชื่อบุคคลและบัตรกดเงินสด มียอดปฏิเสธเพิ่มขึ้นจาก 46% เป็น 49%
“ยอดปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มขึ้นเป็นเพราะช่วงนี้คนเริ่มมีภาระหนี้ต่อรายได้เพิ่มขึ้น เช่น คนที่กู้ซื้อรถคันแรก ขณะเดียวกันธนาคารก็ไม่ได้ปรับเกณฑ์ในการพิจาณาอนุมัติสินเชื่อบ้าน ซึ่งระบุให้ผู้ยื่นจะต้องมีภาระหนี้ไม่เกิน 40% ของรายได้ เมื่อคนที่มีภาระสูงอยู่แล้วมาขอกู้จึงถูกปฏิเสธ สำหรับสินเชื่อบัตรกดเงินสด ธนาคารจะเน้นไปที่คนมีรายได้เกิน 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน มีรายได้ประจำและต้องมีประสบการณ์ทำงานไม่ต่ำกว่า 1 ปี เท่านั้น” นายปกรณ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ธนาคารเชื่อว่ายอดปฏิเสธสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจะไม่กระทบต่อเป้าหมายการเติบโตสินเชื่อรายย่อยของธนาคารในปีนี้ เนื่องจากในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา ภาพรวมสินเชื่อมีการเติบโตไปแล้ว 4% หรือมีฐานสินเชื่อที่ 3.06 แสนล้านบาทแบ่งเป็นการเติบโตสินเชื่อบ้าน 3% สินเชื่อบัตรเครดิต 2% และสินเชื่อบุคคล 11% ขณะที่เงินฝากเติบโตสอดคล้องกันที่ระดับ 5% เป็น 1.5 ล้านล้านบาท ทำให้เชื่อว่าในครึ่งปีที่เหลือสินเชื่อรายย่อยของธนาคารจะยังเติบโตได้ตามเป้าที่ 10-13% ขณะที่เงินฝากจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 10%







