
เจาะธุรกิจท่องเที่ยวส่องความพร้อมรับเออีซี
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ธุรกิจท่องเที่ยวนับเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ประเทศมูลค่ามหาศาลทุกปี หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จึงน่าจับตามองว่าธุรกิจท่องเที่ยวของไทย จะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใดมีเรื่องใดยังไม่พร้อม และมีเรื่องใดต้องเร่งแก้
สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ TICA ได้จัดสัมมนาหัวข้อ “ASEAN Economic Community 2015 : Will this impact you?” โดยมีนักวิชาการ ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวและธุรกิจโรงแรมร่วมเป็นวิทยากร
ปิติ ศรีแสงนาม รองผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่า ขณะนี้ภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยมีปัญหาใหญ่ 3 เรื่อง1.ขาดฐานข้อมูลระดับมหภาค ไทยกำลังจะเดินหน้าเข้าสู่อาเซียน แต่กลับยังไม่มีแม้กระทั่งฐานข้อมูลจำนวนห้องพักในโรงแรมทั่วประเทศว่ามีกี่ห้องและยังไม่มีใครคิดจะทำ 2.ขาดความร่วมมือกันในเชิงนโยบาย แต่ละหน่วยงาน แต่ละบริษัท มีแต่แผนจะดำเนินงานของตัวเอง แต่ไม่ร่วมมือกับภาคอื่น
เช่น สำนักงานส่งเสริมการประชุมและจัดนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ สสปน. มีโครงการเตรียมฝึกอบรมพนักงานและผู้ประกอบการภาคเอกชนในด้านต่างๆ ซึ่งถือเป็นโครงการที่ดีมาก คำถามคือ เมื่อไม่มีความร่วมมือกัน มีผู้ที่ทราบมากน้อยเพียงใดว่าสามารถส่งคนเข้าไปรับการอบรมจาก สสปน.ได้
3.ภาคการศึกษาและภาครัฐไม่รู้จริง จากการเดินสายไปบรรยายให้หลายหน่วยงานทั่วประเทศฟัง พบว่า มีหน่วยงานจำนวนน้อยมากที่พร้อมจะให้บรรยายในเรื่องลึกๆ เจ้าหน้าที่ของรัฐบางหน่วยงานในต่างจังหวัดยังบอกอย่างมั่นใจว่าญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในชาติสมาชิกอาเซียน สะท้อนภาพต่อเนื่องว่า เมื่อภาคการศึกษาและภาครัฐไม่รู้จริง เวลาเกิดปัญหาก็ไม่สามารถช่วยเหลือภาคเอกชนได้
นอกจากนี้ จากการสำรวจของศูนย์อาเซียนศึกษา เมื่อปลายปี 2555 พบว่า ความตระหนักรู้และความเข้าใจของคนไทยเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม 1.กลุ่มภาคเอกชน ค่อนข้างตื่นเต้นและตื่นตัวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และมีความพร้อมมากที่สุด แต่กลุ่มเอสเอ็มอีอาจยังไม่ค่อยได้เตรียมตัวมากนัก
2.กลุ่มประชาชน กลุ่มนี้ตอบว่า ทราบเรื่องอาเซียน 46% แต่พอถามเชิงลึกว่ารู้จักดีแค่ไหน เหลือผู้ที่รู้จักดีเพียงแค่ 2% เท่านั้น และ 3.กลุ่มภาครัฐ กลุ่มนี้ตื่นตระหนก ดูเหมือนจะมีโครงการเพื่อเตรียมความพร้อม โดยใส่วัตถุประสงค์โครงการต่างๆ ให้เกี่ยวข้องกับอาเซียน แต่เอาเข้าจริงก็ยังมีหน่วยงานไม่มากนักที่“คนข้างใน” ตระหนักรู้เรื่องอาเซียน
ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือภาครัฐจึงต้องช่วยกันจัดทำฐานข้อมูลท่องเที่ยวที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ นอกจากนี้ต้องร่วมมือกันออกนโยบายและแคมเปญที่จะช่วยบูมธุรกิจท่องเที่ยวของไทยให้เป็นที่สนใจในสายตาชาวต่างชาติ และท้ายที่สุดต้องเพิ่มพูนความรู้ให้ตัวเองรับความเปลี่ยนแปลงด้วย
พรทิพย์ หิรัญเกตุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดสทิเนชั่น เอเซีย (ประเทศไทย) มองว่า เมื่อเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว การท่องเที่ยวภายในอาเซียนด้วยกันเองน่าจะเติบโตขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจของแต่ละประเทศจะดีขึ้น เมื่อเศรษฐกิจดี ประชาชนมีรายได้ ทุกคนก็อยากไปเที่ยว การท่องเที่ยวประเทศใกล้ๆ ก็น่าจะเป็นจุดหมายหนึ่ง
ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเร่งสร้างพันธมิตรทั้งในกลุ่มโรงแรมและกลุ่มเอเยนซีท่องเที่ยวในประเทศอาเซียน แม้อาจจะไม่ใช่เชนโรงแรมเดียวกัน แต่ก็ต้องมีเครือข่ายเพื่อส่งต่อนักท่องเที่ยวหรือมีแพ็กเกจที่เหมาะสม ตลอดจนให้โรงแรมของตัวเองและโรงแรมในอาเซียนเป็น Refer Business ซึ่งกันและกัน
สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจทัวร์ก็ต้องจัดทำแพ็กเกจขึ้นมาขายอย่างสร้างสรรค์ แปลกใหม่ และมีเอกลักษณ์ จะเจาะทัวร์แบบใดก็ต้องเจาะด้านนั้นให้เด่นก่อน จึงค่อยขยายด้านอื่นๆ ให้หลากหลายต่อไป
ปฐม ศิริวัฒนประยูร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงแรมเจดับบลิว แมริออท กรุงเทพฯ กล่าวว่าคนไทยต้องเข้าใจวัฒนธรรมของชาวต่างชาติให้มากขึ้นและต้องปรับภาพลักษณ์ของตัวเอง
นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริหารในธุรกิจโรงแรมของไทยต้องกลับมาถามว่า ตัวเองมีความพร้อมมากแค่ไหนในการปรับตัว ปัจจุบันแรงงานทั่วไปในภาคท่องเที่ยวของเรามีภาพลักษณ์ค่อนข้างดี เพราะมีจิตใจรักบริการ แต่สำหรับกลุ่มผู้บริหารนั้นยังอยู่ภายใต้เครื่องหมายคำถาม







