
เอเชียบูมโมบายเน็ต
ปรากฏการณ์ “ชีวิตติดเน็ต” กำลังเกิดขึ้นในเอเชียโดยมีกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นหัวใจขับเคลื่อนเทรนด์นี้
ปรากฏการณ์ “ชีวิตติดเน็ต” กำลังเกิดขึ้นในเอเชียโดยมีกลุ่มคนรุ่นใหม่เป็นหัวใจขับเคลื่อนเทรนด์นี้
หลายปีมานี้ยอดขายสมาร์ทโฟนราคาแพงดีวันดีคืน หนุนให้อุตสาหกรรมนี้มีมูลค่าแตะ 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่ถึงตอนนี้บรรดาผู้ให้บริการเครือข่าย ผู้ผลิตมือถือ และผู้ให้บริการเนื้อหา กำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อความหวังในการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ปรับทิศมายังตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งผู้ใช้งานให้ความสำคัญกับเรื่องราคา อุปกรณ์พกพาและการเข้าถึงบริการราคาถูก
ไอดีซีประเมินว่า ตลาดเดิมๆเริ่มอิ่มตัวแล้ว เพราะผู้บริโภคมีสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ใช้กันหมดแล้ว อย่างตลาดยุโรปที่ยอดจัดส่งในเดือน ม.ค.มี.ค. โตแค่ 12% ต่ำสุดนับจากเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2547
ขณะที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ระบุว่า ในปีนี้ จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ (โมบาย อินเทอร์เน็ต) ในตลาดกำลังพัฒนาจะแซงหน้าตลาดพัฒนาแล้วได้เป็นครั้งแรก อีกทั้งยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพราะในเอเชียมีผู้ใช้เน็ตผ่านมือถือไม่ถึง 23 จาก 100 คน เทียบกับสัดส่วนในยุโรปที่ 67 คน และทวีปอเมริกาเหนือ 48 คน
หมายความว่าระบบนิเวศของมือถือจะเปลี่ยนขั้วอำนาจจากสหรัฐและยุโรปตะวันตกมาสู่เอเชีย ซึ่งผู้ใช้นิยมอุปกรณ์พกพาที่ราคาถูกลง อย่างในจีนมีผู้ใช้เน็ตผ่านมือถือร่วม 200 ล้านคน ก็เกิดศึกสมาร์ทโฟนดุเดือด เพราะมีผู้ท้าชิงรายใหม่ๆ เต็มไปหมด เช่น “เซี่ยวมี่” (Xiaomi) สมาร์ทโฟนราคาถูกกว่าไอโฟน 5 กว่าครึ่ง
ความเปลี่ยนแปลงนำพาความท้าทายมาให้กับ 2 บิ๊กในตลาดสมาร์ทโฟน “แอปเปิล” และ “ซัมซุง” ที่ขายสมาร์ทโฟนได้รวมๆ กันครึ่งหนึ่งของทั้งโลก เห็นได้จากตัวเลขที่เริ่มสะท้อนอาการไม่สู้ดี โดยแอปเปิลมีรายได้ในแดนมังกรร่วงลง 43% ในไตรมาสเดือน เม.ย.มิ.ย. เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งนอกจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวแล้ว การที่แอปเปิลไม่มีอุปกรณ์พกพาราคาเบาๆ เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง เช่นเดียวกับซัมซุงที่กำไรจากการดำเนินงานมีแนวโน้มลดลง เพราะความต้องการสมาร์ทโฟนหรูชะลอตัว
ข้อมูลของคอมสกอร์พบว่า อาเซียนเป็นตลาดที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเติบโตแบบพุ่งปรี๊ด โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ที่จำนวนผู้ใช้งานออนไลน์โตถึง 22% ในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่เวียดนามยังครองแชมป์จำนวนผู้ใช้เน็ต 16 ล้านราย แม้จะโตแค่ 14%
น่าสนใจว่ามีหลายปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้อาเซียนเกิดปรากฏการณ์ชีวิตติดเน็ต ได้แก่ ผู้ใช้งานส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่มีอายุต่ำกว่า35 ปี อย่างในแดนตากาล็อกราว 71% ของผู้ใช้เน็ตมีอายุระหว่าง1534 ปี รวมถึงเว็บเครือข่ายสังคมที่มาแรงจนขโมยเวลาของผู้คนไปไม่น้อย กรณีของฟิลิปปินส์ ผู้คนใช้เวลาราว 41.5% บนโลกออนไลน์ไปกับเว็บเครือข่ายสังคม อีกปัจจัย คือ กระแสฮิตของวิดีโอออนไลน์ในอาเซียนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงความกระหายข้อมูลข่าวสาร อย่างในสิงคโปร์ที่สัดส่วนการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านโลกออนไลน์อยู่ที่ 92.3%
ที่สำคัญผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในภูมิภาคอาเซียนกำลังขยับจากการใช้งานผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ไปสู่โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตมากขึ้น โดยในเดือน ก.ย. 2555 การเข้าถึงเน็ตผ่านอุปกรณ์เหล่านี้อยู่ที่ 15.4% แต่คล้อยหลังไปแค่ 6 เดือน เพิ่มเป็น 20.9% ทั้งนี้ความต้องการแท็บเล็ตในฟิลิปปินส์ที่โต 4 เท่าในปีที่แล้ว
นี่สะท้อนว่าบรรดาชาวอาเซียนกำลังมีชีวิตติดเน็ตกันถ้วนหน้า







