
รายย่อยยุโรปแห่ลงทุน‘จีน’
ผลพวงรัฐบาลมังกรผ่อนกฎลงทุนธุรกิจเทคโนฯสีเขียวชิ้นส่วนรถสุดบูม
ผลพวงรัฐบาลมังกรผ่อนกฎลงทุนธุรกิจเทคโนฯสีเขียวชิ้นส่วนรถสุดบูม
รายย่อยยุโรปเจาะตลาดจีน อ้างเศรษฐกิจโลกชะลอ แต่จีนแกร่ง ด้านรัฐบาลมังกรไฟเขียวต่างชาติลงทุน
ไชน่า เดลี สื่อชื่อดังของจีน รายงานว่า ปัจจุบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ยุโรปแห่เข้าไปลงทุนในแดนมังกรมากขึ้น เพื่อฉวยโอกาสจากเศรษฐกิจจีนที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับรัฐบาลจีนเริ่มผ่อนกฎการลงทุนของบริษัทต่างชาติ
“เรียกได้ว่าเป็นคลื่นเงินลงทุนรอบที่ 3 ของยุโรป โดยสองรอบแรกนั้น ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 20-30 ปีก่อน เป็นการลงทุนของบริษัทขนาดใหญ่ และรัฐวิสาหกิจ ทว่า รอบที่ 3 นั้นกลับกลายเป็นธุรกิจรายย่อยแทน” ปิเตอร์ เดอ ยอง รองประธานหอการค้าสหภาพยุโรป (อียู) ในจีน กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เซาท์ มอร์นิง ไชน่า โพสต์
เอสเอ็มอียุโรปที่เข้าไปลงทุนในแดนมังกรส่วนใหญ่นั้นอยู่ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนรถยนต์ขนาดเล็ก เทคโนโลยีสีเขียว และสินค้าบริโภคทั่วไป ในส่วนของเหตุผลในการเจาะตลาดจีนนั้น พบว่าแม้จะแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละบริษัท ทว่าส่วนใหญ่ยอมรับว่าต้นทุนการผลิตที่ต่ำในจีนไม่ใช่เหตุผลหลักในการเข้าไปลงทุน
ยกตัวอย่างเช่น บริษัท เพสเตอร์ แพ็ก ออโตเมชัน บริษัทผลิตอุปกรณ์แพ็กสินค้าจากเยอรมนี ซึ่งล่าสุดเตรียมเข้าไปสร้างโรงงานในนครเซี่ยงไฮ้ โดยตั้งเป้าที่จะตอบสนอบความต้องการอุตสาหกรรมยาและเครื่องสำอางในจีนและประเทศเพื่อนบ้าน
“เศรษฐกิจยุโรปกำลังชะลอ บริษัทเราจึงต้องมองหาตลาดอื่นๆ แทน ซึ่งจีนก็ถือเป็นตลาดที่น่าลงทุนมาก เพราะนอกจากจะมีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งแล้ว ตลาดจีนยังเข้าถึงง่ายขึ้นอีกด้วย อาทิ คนจีนพูดภาษาอังกฤษกันมากขึ้น ประกอบกับหลายสายการบินมีเที่ยวบินไปจีนมากขึ้น” ปีเตอร์ แพ็ก เจ้าของบริษัทเผย
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยุโรปบางรายเตือนว่า การลงทุนในจีนยังคงมีอุปสรรคหลายด้าน โดยเฉพาะการขยายการลงทุนเข้าไปในเมืองด้านในของประเทศ ซึ่งไม่มีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเมื่อเทียบกับเมืองขนาดใหญ่
ทั้งนี้ แม้ตัวเลขการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในจีน จะร่วงลง 3.7% ในปี 2555 ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยแตะระดับ 1.11 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.3 ล้านล้านบาท) ทว่าเอฟดีไอจากยุโรปในแดนมังกรกลับเพิ่มขึ้น 30% ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้







