
นายกฯถกบีโอไอใหม่
จับตาข้อเสนอร่างส่งเสริมการลงทุนฯด้านเอกชนชี้ต้องดึงดูดกว่าคู่แข่ง
จับตาข้อเสนอร่างส่งเสริมการลงทุนฯด้านเอกชนชี้ต้องดึงดูดกว่าคู่แข่ง
จับตา “ยิ่งลักษณ์” ร่วมประชุมร่างส่งเสริมการลงทุนใหม่ของบีโอไอ ด้านเอกชนห่วงการลงทุนกระจุกตัว
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า วันที่ 6 ส.ค. บีโอไอจะนำร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) บีโอไอ ซึ่งมี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเข้าร่วมประชุมด้วย
ทั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุได้ว่า การพิจารณาครั้งนี้ร่างยุทธศาสตร์ใหม่จะได้รับการอนุมัติจากบอร์ดทั้งหมด โดยนายกรัฐมนตรีอาจมีความคิดเห็นหรือนโยบายเพิ่มเติมได้ แต่คาดว่าการประกาศใช้นโยบายใหม่นี้จะเป็นไปตามกรอบเวลาเดิม คือ ภายในสิ้นปีนี้และเริ่มมีผลในต้นปี 2558
การพิจารณาของบอร์ดรอบก่อนหน้านี้ ได้ให้บีโอไอไปรับฟังความเห็นหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม อาทิ กระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หลังรับฟังภาคเอกชนทั่วประเทศทั้งสิ้น5 ครั้ง โดยเมื่อรวบรวมความเห็นทุกฝ่ายแล้วได้ปรับแก้รายละเอียดเล็กน้อย แต่หลักๆ ยังคงหลักการเดิมที่บีโอไอร่างเสนอ คือ ต้องมุ่งสู่การส่งเสริมอุตสาหกรรมที่เพิ่มมูลค่าให้ประเทศ โดยสรุปกรอบทั้งหมดเสร็จสิ้นในสิ้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา
“ระหว่างนี้เอกชนทั้งไทยและต่างชาติ ได้มีการส่งความเห็นเกี่ยวกับการจัดทำยุทธศาสตร์เข้ามา เราก็รับฟังนำเข้ามาปรับปรุงในร่างยุทธศาสตร์ด้วย แต่เราก็ยังต้องคงหลักการเดิมที่ต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมอนาคต” นายอุดม กล่าว
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมร่างยุทธศาสตร์ฯ ครั้งนี้ อาจจะมีการเสนอข้อคิดเห็นเพิ่มเติมจึงอาจจะยังไม่สามารถสรุปได้ว่า การพิจารณาครั้งนี้จะเป็นการพิจารณาครั้งสุดท้ายหรือไม่ แต่เอกชนก็คาดว่ากรอบประกาศและผลบังคับใช้คงเป็นไปตามที่บีโอไอวางไว้
อย่างไรก็ตาม ในการปรับยุทธศาสตร์ใหม่นี้ แม้ภาพรวมจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ แต่ที่เอกชนมีความกังวลแสดงความเห็นโดยทั้งนักลงทุนไทยและต่างชาติ ก็คือการปรับการส่งเสริมจากเดิมที่เป็นเขตพื้นที่ 13 หรือโซนนิงไปเป็นการส่งเสริมแบบคลัสเตอร์ เพราะอาจมีปัญหาว่านักลงทุนจะเลือกลงทุนในเฉพาะพื้นที่ที่มีโครงสร้างพื้นฐานครบถ้วน และละเลยที่จะไปลงทุนในพื้นที่ที่ควรจะมีการขยายการลงทุนออกไป
“การปรับยุทธศาสตร์การส่งเสริมฯ ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง เพราะต่างประเทศก็วางนโยบายที่ดึงดูดการลงทุน เช่น มาเลเซียและอินโดนีเซียจึงมีโอกาสที่ต่างชาติจะให้ความสนใจไปยัง 2 ประเทศนี้มากกว่า”
นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า แต่ที่ต้องการให้คงไว้หรือเพิ่มการส่งเสริม อีกนั้น คือส่วนสิทธิพิเศษที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การให้บริการแบบจุดเดียว หรือวันสต็อปเซอร์วิส รวมถึงการให้บริการขออนุญาตทำงานของพนักงานชาวต่างชาติ รวมถึงการแก้ไขปัญหาอุปสรรคต่างๆ ให้นักลงทุน
สำหรับยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนใหม่ เพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศไทยที่บีโอไอกำลังดำเนินการปรับปรุงนี้ ประกอบด้วย 6 แนวทาง โดยการประชุมบอร์ดฯ วันที่ 6 ส.ค. จะเริ่มเวลา 14.00 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นจะแถลงข่าวผลประชุม โดย นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรมและเลขาธิการบีโอไอ เวลา 16.00 น.







