
กำเนิดเจ้าสัวรุ่นใหม่ตอนที่ 1
“เจ้าสัวรุ่นใหม่” ก็คือคนที่รวยนั่นเอง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ “ที่มาของความรวย” ...แน่นอน คนที่รวยมาได้จาก 2 แบบชัดๆ คือ หนึ่ง Lucky Sperm คือ เกิดมารวย ได้รับมรดกจากพ่อแม่ และสอง Selfmade คือ สร้างเอง
“เจ้าสัวรุ่นใหม่” ก็คือคนที่รวยนั่นเอง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ “ที่มาของความรวย” ...แน่นอน คนที่รวยมาได้จาก 2 แบบชัดๆ คือ หนึ่ง Lucky Sperm คือ เกิดมารวย ได้รับมรดกจากพ่อแม่ และสอง Selfmade คือ สร้างเอง
ก่อนอื่นเข้าใจกลุ่มแรกก่อนว่า จริงๆ แล้วกลุ่มแรกก็ใช่ว่าสบาย เพราะมันมีแรงกดดัน มีความเหนื่อยที่จะต้องรักษาสถานะของครอบครัวตัวเอง ซึ่งการใช้ชีวิตของคนเหล่านี้ย่อมมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ไม่ว่าจะเป็นการกิน การใช้ สิ่งของต่างๆ มักจะสูงกว่าคนทั่วไป ...วันนี้ถ้ามองไปรอบๆ ตัวในสังคมที่เจริญขึ้นอย่างประเทศไทย ที่ราคาที่ดินพุ่งมากขึ้นเรื่อยๆ การที่ราคาที่ดินเพิ่มก็จะส่งผลให้ “เจ้าของที่ดิน” ขายที่ออกมาในราคาแพง กำไรสุดๆ หลายๆ คนสามารถขายที่ดินในทำเลดีๆ ทำให้เกิดเศรษฐีร้อยล้านพันล้านขึ้นมาเป็นดอกเห็ด บางคนรวยมาก่อน แต่บางคนอาจเป็นผู้ดีเก่า ไม่ค่อยมีเงิน แต่พอขายที่ดินก็เริ่มมีเงิน
“ใครเคยตั้งคำถามไหมว่า เงินที่ได้ประดุจสามล้อถูกหวยเช่นนี้ ...มันจะวิ่งไปที่ไหน?” เฮ้ย!! อะไรนะ ที่ว่า “สามล้อถูกหวย” มันหมายความว่าอะไร ครับ!! เรื่องของ “สามล้อถูกหวย” มันเป็น Gimmick เปรียบเปรยแรงๆ สำหรับคนที่ได้ทรัพย์มาแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องออกแรง เช่น ได้รับมรดก เล่นการพนันได้ หรือถูกลอตเตอรี่ ...จะเหมารวมว่าคนเหล่านี้ได้รับเงินมาโดยโชคชะตาก็เห็นจะได้ ดังนั้น ปัญหาของการได้มาด้วยโชค มันแย่ตรงที่ว่า มนุษย์เรามักไม่โชคดีตลอดเวลา ดังนั้น การได้เงินมาด้วยความโชคดี สุดท้ายเงินมันก็ต้องจากไปด้วยความโชคร้ายเป็นธรรมดา
คนอีกกลุ่มที่ได้เงินมาจาก Selfmade หรือสร้างเอง มันเป็นการสั่งสม หรือปลูกความมั่งคั่ง ด้วยการวางแผนและมุ่งมั่นสร้างและเก็บสะสมความมั่งคั่งเป็นเวลานาน ...ผมจะใช้คำว่า “คนรวยที่สร้างเอง” ว่าคนเหล่านี้เขาได้ความรวยมาด้วยการปลูก ใช่!! เหมือนปลูกต้นไม้นี่แหละ ...ลองคิดดีๆ นะ ต้นไม้นี่อาศัยการดูแลเอาใจใส่ และต้องใช้เวลายาวนานกว่าต้นไม้ต้นหนึ่งจะเริ่มจากต้นเล็กๆ เป็นต้นไม้ใหญ่ที่ออกดอกออกผล ...ความมั่งในแบบของการสร้างเอง ก็สร้างมาด้วยหลักการเดียวกัน มันถึงต้องใช้การ “ปลูกความมั่งคั่ง” นั่นเอง
ถ้าเทียบคนทั้งสองกลุ่ม ผมเชื่อว่าในความเป็นจริง คนทั้งสองกลุ่มไม่ได้ฉลาดหรือโง่ไปกว่ากัน ...ถ้าจะพูดว่าทั้งสองมีจุดบรรจบกันที่ความรวยก็เห็นจะได้ แต่การเดินทางมาถึงจุดนี้ มันเดินทางมาคนละสาย คนหนึ่งได้เงินมาแบบ Jackpot อยู่ดีๆ ก็รวยขึ้นมา ซึ่งประเด็นนี้ผมว่ายากมากที่เขาจะสามารถรักษาความรวยต่อไปเรื่อยๆ เพราะสิ่งที่เขาไม่รู้คือวิธีการสร้างเงิน แต่เขารู้เพียงวิธีใช้เงิน ดังนั้น แทบจะฟันธงได้เลยว่า ไม่ว่าเงินจะมากแค่ไหน หากคุณได้มันมาโดยโชคดี มันก็จะหมดในวันที่คุณโชคร้ายอยู่ดี... “เฮ้ย!! กรูเพิ่งขายที่ดินได้เงินมา 100 ล้านบาท อ่านบทความคุณภาววิทย์ แล้วจิตตกทันที ...พูดมาขนาดนี้แล้วมีทางแก้ไขหรือเปล่าฟระ??”
“มี” ...ก็ง่ายๆ ให้เรียนรู้วิธีการหา...การได้ทรัพย์มา ไม่ว่าจะเป็นด้วยวิธีการใดก็ตาม มันต้องมองว่า “เงินนี้ไม่ใช่ของเรา” การมองว่าเงินไม่ใช่ของเรา เราก็จะลดความยึดติดกับเงิน ...ลองนึกภาพนะว่า หากเราต้องการกำอะไรแน่นๆ สิ่งที่เรากำได้ ก็จะน้อยลงเรื่อยๆ อย่างเงินก็เหมือนกัน ถ้าเราต้องการกำมันให้แน่นที่สุด กลัวที่สุด เราก็จะเหลือเงินน้อยที่สุดในมือ
“เริ่มจากแยกเงินนี้ออกจากตัวเอง” ...มองอย่างคนนอกมอง แล้วเริ่มจากตรงนั้น การที่เราต้องการให้เงินเติบโต วิธีการง่ายที่สุด เราต้องวิเคราะห์ให้ออกว่า ในโลกนี้อะไรที่มีการเติบโตในเรื่องของราคาและมูลค่าอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่เติบโตทั้งมูลค่าและราคาอย่างต่อเนื่อง ก็อย่างเช่น Asset หรือสินทรัพย์พวกบ้าน ที่ดิน หุ้น ทอง เครื่องประดับ Antique (ของสะสม) ...แต่ “เงินสด” จะลดมูลค่าไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป เพราะเงินเฟ้อ ดังนั้น อย่างแรกต้องแบ่งเงินแล้วโยกเงินสดเปลี่ยนไปเป็น Asset แล้วเก็บสะสมแทน
วิธีการมองของ Asset เราแบ่ง 2 แบบชัดๆ คือ หนึ่ง Asset ที่ไม่สร้างรายได้ มีแต่มูลค่าที่เพิ่มขึ้น เช่น ที่ดิน ทอง ของสะสม อัญมณี สิ่งเหล่านี้ก็ต้องเข้าใจว่า เราเก็บเพื่อรักษาความมั่งคั่ง แต่มันไม่ให้รายได้ เราจะกำไรจากมันก็ต่อเมื่อเราขาย
สอง Asset ที่สร้างรายได้ พวกนี้ระหว่างที่เราถือ เราจะได้เงินตลอด เช่น หุ้น หรือ อสังหาริมทรัพย์ อย่าง บ้านเช่า ตึกเช่า ...ในส่วนนี้คือส่วนของ Money Working For You หุ้นที่เราถือหากเป็นบริษัทที่ดีมีการเติบโตและมีเงินปันผล เราก็จะได้เงินสดที่เขาปันผลมาให้เราทุกปี ในขณะที่มูลค่าของกิจการและหุ้นก็จะเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของธุรกิจนั่นเอง
สรุป บทที่หนึ่งของ “เจ้าสัวใหม่” ต้องมองให้ออกว่า เราได้เงินมาด้วยวิธีใด จากนั้นทำความเข้าใจในเรื่องของการรักษาและต่อยอดความมั่งคั่ง ต้องมีความเข้าใจและมีความอดทน จึงจะสามารถรักษาเงินที่ได้มานั่นเองครับ







