
หั่นเป้ากำไรบจ.ปีนี้
หนีเศรษฐกิจหดตัวหุ้นซึมรอภาพชัดSNCถอดใจหดรายได้โตแค่10%
หนีเศรษฐกิจหดตัวหุ้นซึมรอภาพชัดSNCถอดใจหดรายได้โตแค่10%
สารพัดปัจจัยลบ SNC ตัดเป้ารายได้หายไป 50% ด้าน KGI ลดกำไรต่อหุ้นปีนี้โตแค่ 15% หุ้นเงียบรอการเมือง
นายสมชาย งามกิจเจริญลาภ กรรมการบริษัท เอสเอ็นซี ฟอร์เมอร์ (SNC) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเป้าหมายการเติบของกำไรและรายได้ในปีนี้ลงเป็น 10% จากเดิมที่ตั้งเป้าเติบโต 20% จากปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากยอดคำสั่งซื้อของลูกค้าที่ชะลอตัวปรับลดลง ทั้งกลุ่มรับจ้างผลิตเครื่องปรับอากาศ (OEM) จากในตลาดตะวันออกกลาง และอุตสาหกรรมยานยนต์ หลังจากหมดปัจจัยบวกจากโครงการรถยนต์คันแรกที่ส่งมอบหมด และเริ่มมีผู้ยกเลิกการจอง
นอกจากนี้ ยอมรับว่าทั้งกำไรและรายได้ในครึ่งหลังของปีจะน้อยกว่าช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นช่วงโลว์ซีซันธุรกิจของบริษัท และยังมีค่าใช้จ่ายจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
สำหรับในปีนี้ตั้งเป้าลงทุนที่ต้องใช้เงินลงทุนรวมราว 700 ล้านบาท แบ่งเป็นใช้ลงทุนเพื่อใช้สร้างโรงงานผลิตสินค้าใหม่ของบริษัทลูกค้าสแกนจำนวน 500 ล้านบาท คือ อลูมิเนียมคอนเดนเซอร์ อีก 50 ล้านบาท เพื่อลงทุนต่อเนื่องในบริษัทลูก ท็อปเทคไดมอนด์ทูลส์ และลงทุนทั่วไป 150 ล้านบาท
ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ว่า ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดการเติบโตของกำไรสุทธิ (EPS) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ลงจากเดิมที่ประเมินว่าจะขยายตัว 18% เหลือ 15% และได้ลดเป้าหมายดัชนีหุ้นปีนี้ลงเหลือ 1,642 จุด จาก 1,685 จุด
“การปรับลดการเติบโตของกำไรต่อหุ้นลงหลังจากเศรษฐกิจชะลอตัวลง ซึ่งทางฝ่ายวิจัยมองว่าปีนี้จีดีพีน่าจะโตน้อยกว่า 4%”
ดัชนีหุ้นไทยในปัจจุบันได้ตอบรับความเสี่ยงจากการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ลดลง และมองว่าในช่วงครึ่งปีหลังยังมีโอกาสที่ดัชนีจะเพิ่มขึ้นได้ประมาณ 15% จากระดับดัชนีขณะนี้ จึงแนะนำให้ทยอยซื้อหุ้นที่มีพื้นฐานและเงินปันผลระหว่างกาล เลือกบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) บริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) และบริษัท อสมท (MCOT)
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า นักลงทุนกังวลการเมืองมากเกินไป และดัชนีราคาหุ้นตอบสนองแรงเกินนับตั้งแต่มีข่าว พ.ร.บ.นิรโทษกรรม วันที่ 24 ก.ค. ดัชนีหุ้นที่อยู่ระหว่าง 1,513 จุด รูดลงถึง 110 จุด และหากการเมืองไม่เกิดเหตุการณ์นำไปสู่ความรุนแรง เชื่อว่าดัชนีหุ้นน่าจะเพิ่มขึ้นได้
“ดัชนีหุ้นที่ระดับ 1,400 จุด คิดบนค่าอัตราราคาเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้น (พี/อี) ที่ระดับ 13.4 เท่า ถือว่าต่ำกว่าปกติจะซื้อขายบนพี/อีที่ระดับ 14-15 เท่า”
ช่วงปลายปีมีโอกาสที่ดัชนีหุ้นจะกลับมาฟื้นตัว เพราะกำไรของ บจ.ยังเติบโตในระดับสูง 23% และหากกลับไปซื้อขายบนค่าพี/อีปกติที่ระดับ 15 เท่า ดัชนีหุ้นที่ 1,570 จุด
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นรอวันที่ 7 ส.ค. สภาพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จึงจะเห็นทิศทางชัดเจน
“การเมืองเรื่องเดียวกับตลาดหุ้น เนื่องมาจากกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงเป็นกลุ่มใหม่ ดังนั้นทั้งผลและพฤติกรรมจึงคาดเดายาก” นายสุกิจ กล่าว
ตลาดหุ้นเอเชียมีทั้งบวกและลบคละกัน ส่วนตลาดหุ้นไทยลงหลุม 15 จุด ก่อนมาที่ 1,424.31 จุด เพิ่มขึ้น 3.37 จุด แต่มูลค่าซื้อขายเบาบางเพียง 20,881.32 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายแค่ 387 ล้านบาท







