posttoday
จีนกับการค้ารูปแบบ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’

จีนกับการค้ารูปแบบ‘ตาต่อตา ฟันต่อฟัน’

06 สิงหาคม 2556

จีนกับการค้ารูปแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”ปัจจุบันประเทศต่างๆ ดำเนินนโยบายการค้าระหว่างประเทศแตกต่างกันไป บางประเทศดำเนินนโยบายในลักษณะอ่อนปวกเปียก นับว่าแตกต่างจากจีนที่ดำเนินนโยบายในลักษณะ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ หากประเทศอื่นไม่แน่จริง ก็ไม่กล้ามาต่อกรด้วย

จีนกับการค้ารูปแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”ปัจจุบันประเทศต่างๆ ดำเนินนโยบายการค้าระหว่างประเทศแตกต่างกันไป บางประเทศดำเนินนโยบายในลักษณะอ่อนปวกเปียก นับว่าแตกต่างจากจีนที่ดำเนินนโยบายในลักษณะ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศ หากประเทศอื่นไม่แน่จริง ก็ไม่กล้ามาต่อกรด้วย

ตัวอย่างหนึ่ง คือ เกาหลีใต้เพิ่มอัตราอากรขาเข้ากระเทียมนำเข้าในปี 2543 กว่า 10 เท่าตัว จากเดิม 30% เพิ่มก้าวกระโดดเป็น 315% แม้จีนส่งออกกระเทียมไปยังเกาหลีใต้เพียงแค่ปีละ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ได้ตอบโต้โดยใช้มาตรการเชฟการ์ดห้ามนำเข้าเม็ดพลาสติกโพลีเอทีลีนและโทรศัพท์มือถือนำเข้าจากเกาหลีใต้ ทำให้เกาหลีใต้แทบกระอักเลือด เนื่องจากแต่ละปีส่งออกเม็ดพลาสติกโพลีเอทีลีนไปยังจีน 471 ล้านเหรียญสหรัฐ และโทรศัพท์มือถืออีก 41 ล้านเหรียญสหรัฐ รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องรีบส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจาประนีประนอมข้อพิพาท ขณะที่ผู้ผลิตปิโตรเคมีเกาหลีใต้ซึ่งได้รับผลกระทบ ถึงกับกล่าวว่ายินดีจะแก้ปัญหาข้อพิพาท โดยรับซื้อกระเทียมจีนที่จะส่งออกมายังเกาหลีใต้ทั้งหมดแล้วนำไปโยนทิ้งทะเล

ส่วนญี่ปุ่นไปรับบทเรียนราคาแพงในเวลาต่อมา โดยในช่วงเดือน เม.ย. 2544 ได้ประกาศมาตรการเชฟการ์ดเพื่อจำกัดการนำเข้าสินค้าหลายรายการ เช่น เสื่อตาตามิ เห็ดชิตาเกะ ฯลฯ เพื่อคุ้มครองผู้ผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าจากจีนปีละประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ทางการจีนไม่พอใจมาก สั่งตอบโต้โดยเก็บภาษีในอัตรา 100% สำหรับรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ จากญี่ปุ่น ซึ่งแต่ละปีนำเข้าจากญี่ปุ่นมากถึง 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ญี่ปุ่นงงเป็นไก่ตาแตก ต้องรีบเจรจาแก้ไขข้อพิพาทเป็นการด่วน

ต่อมาจีนต้องเผชิญกรณีพิพาทกับสหรัฐเมื่อเดือน ก.ย. 2552 รัฐบาลสหรัฐประกาศมาตรการเชฟการ์ดโดยเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 35% กับยางรถยนต์นำเข้าจากจีน เนื่องจากส่วนแบ่งตลาดของยางนำเข้าจากจีนในตลาดสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 4.7% ในปี 2547 เป็น 16.7% ในปี 2551 ทั้งที่ความจริงบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์สหรัฐ ซึ่งน่าจะได้รับผลกระทบ กลับไม่ได้เรียกร้องขอให้รัฐบาลปกป้อง ตรงกันข้าม ถึงกับต่อต้านมาตรการปกป้องด้วยซ้ำ มีเพียงสหภาพแรงงานที่เรียกร้องให้รัฐบาลปกป้อง

ขณะที่จีนตอบโต้เมื่อเดือน ก.พ. 2553 ประกาศเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดสำหรับเนื้อไก่ของสหรัฐในอัตรา 43.1105% รวมถึงสอบสวนสินค้าปีกไก่และตีนไก่นำเข้าจากสหรัฐว่าไม่ถูกมาตรฐานสุขอนามัย ทั้งนี้กระทบผู้ผลิตสหรัฐอย่างมาก เนื่องจากปีกไก่และตีนไก่เป็นสิ่งที่แทบไม่มีมูลค่าในสหรัฐ จำหน่ายในราคาเพียงแค่ 1 บาท/กก. การส่งออกมาจีนได้สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ

ล่าสุดต้นเดือน มิ.ย. 2556 สหภาพยุโรปได้ประกาศเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดกับแผงเซลล์แสงอาทิตย์นำเข้าจากจีนในอัตราเฉลี่ยประมาณ 11.8% ในช่วง 60 วันแรกในช่วงบทเฉพาะกาล และจะปรับเพิ่มขึ้นเป็นอัตราเฉลี่ย 47.6% เว้นแต่ในช่วง 60 วันดังกล่าวสามารถเจรจาหาแนวทางตกลงกันได้ เนื่องจากในระยะที่ผ่านมาการนำเข้าจากจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยในปี 2555 ยุโรปนำเข้าเป็นเงินมากถึง 27.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้สินค้าจีนครองส่วนแบ่งตลาดสหภาพยุโรปถึง 80%

วันถัดมากระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศสอบสวนสินค้าไวน์นำเข้าจากสหภาพยุโรปทันที โดยอ้างว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้ผลิตไวน์ของจีนว่าเป็นการค้าที่ไม่เป็นธรรมจากการทุ่มตลาดขายต่ำกว่าทุน รวมถึงการผลิตได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล สร้างความวิตกว่าเหตุการณ์จะลุกลามจนกลายเป็นสงครามทางการค้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะเยอรมนีหวั่นวิตกมาก เนื่องจากส่งออกสินค้ามากมายทั้งรถยนต์หรูหรา เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรกล ไปยังประเทศจีน

ในที่สุดเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 2556 ก่อนเส้นตายวันที่ 6 ส.ค.เพียงไม่กี่วัน คณะกรรมาธิการยุโรปได้เห็นชอบกับผลการเจรจา โดยตกลงยกเลิกการเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาดกับสินค้าเซลล์แสงอาทิตย์จากจีน โดยแลกกับที่ผู้ผลิตจีนสัญญาว่าจะไม่ส่งออกในราคาต่ำกว่า 0.56 ยูโร/วัตต์ มายังยุโรป จำนวนโควต้า 7,000 เมกะวัตต์ ซึ่งผู้ผลิตที่ไม่อยู่ในข้อตกลงจะต้องเสียภาษีอัตราเฉลี่ย 47.6%

ข้อตกลงข้างต้นสร้างความไม่พอใจกับผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ของยุโรปอย่างมาก ซึ่งจากกำหนดในราคาต่ำมาก ซึ่งผู้ผลิตจีนส่วนใหญ่จำหน่ายเกินราคานี้อยู่แล้ว ทำให้ตนเองแทบไม่ได้รับการปกป้องแต่อย่างใด ทั้งนี้คาดว่าส่วนแบ่งตลาดของจีนในยุโรปจะลดลงเล็กน้อยเหลือเพียง 60-70% เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท