posttoday
"อิตัลไทย" ลุยหนักเอเชียผันตัวลู่"รีจินัลแบรนด์"

"อิตัลไทย" ลุยหนักเอเชียผันตัวลู่"รีจินัลแบรนด์"

06 สิงหาคม 2556

หลังจากประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 58 ปีไปเมื่อปลายปีที่แล้ว มาถึงวันนี้ ยุทธชัย จรณะจิตต์

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

หลังจากประกาศรีแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 58 ปีไปเมื่อปลายปีที่แล้ว มาถึงวันนี้ ยุทธชัย จรณะจิตต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อิตัลไทย และในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 ในการสานต่อ “อิตัลไทย” กล่าวว่า ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาไม่ใช่เพียงการลุกมาปรับแบรนด์ให้ทันสมัยมากขึ้น แต่หมายถึงการปรับพฤติกรรมการทำงานของคนให้พร้อมที่จะเติบโตไปข้างหน้า

“นับจากนี้ทุกกลุ่มธุรกิจต้องโตหมด ต้องสร้างแบรนด์ให้เป็นที่ยอมรับในทุกธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนไปข้างหน้า ซึ่งไม่ใช่แค่ตลาดในประเทศ แต่เราต้องออกไปสู่ตลาดระดับภูมิภาคแล้ว”

ยุทธชัย กล่าวว่า ปัจจุบันอิตัลไทยแบ่งธุรกิจออกเป็น 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม และกลุ่มวิศวกรรมก่อสร้างโรงไฟฟ้า กลุ่มโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ขับเคลื่อนในนาม ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป และกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ร้านชาทีดับเบิลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูติค ทุกธุรกิจต้องมีการสร้างแบรนด์ เพื่อให้อิตัลไทยเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาค เป็น “รีจินัลแบรนด์” ให้ได้

แต่การจะก้าวไปสู่การเป็นรีจินัลแบรนด์ให้ได้ ต้องอาศัยการบริหารงานที่เป็นระบบ ไม่ยึดติดตัวบุคคล โดยไม่ว่าเป็นใครเข้ามาบริหาร ก็จะต้องเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมกับตั้งเป้าให้อิตัลไทยเป็นองค์กรที่ตลาดภายในประเทศยอมรับ ก่อนจะก้าวขึ้นไปสู่ผู้เล่นในระดับภูมิภาค

ปัจจัยที่ทำให้ต้องลุกมาปรับกระบวนทัพอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแผนรุกหนักในตลาดเอเชีย ทั้งกลุ่มธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอุตสาหกรรม ขายเครื่องจักรป้อนตลาดเพื่อนบ้าน และธุรกิจวิศวกรรมก่อสร้างโรงไฟฟ้า ที่ไม่ใช่แค่รับงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าในไทย แต่ยังเริ่มขยายไปยังลาวด้วย

สำหรับธุรกิจโรงแรม คงเป็นภาพที่ชัดเจนที่สุดในการสร้างตัวตนในตลาดภูมิภาคเอเชีย โดยเริ่มส่ง3 แบรนด์หลักบุกตลาดต่างประเทศ ได้แก่ อมารี แบรนด์โรงแรมระดับ 4 ดาว โอโซ่ แบรนด์โรงแรมระดับ 3 ดาว และชามา ซึ่งเป็นแบรนด์เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์

สำหรับการลงทุนในต่างประเทศปีนี้ มีด้วยกัน 6 แห่ง เริ่มด้วยโรงแรมระดับ 4 ดาว 1 แห่ง ภายใต้แบรนด์ อมารี ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ตามด้วยโอโซ่ 4 แห่ง ที่ฮ่องกง โคลัมโบ ศรีลังกา และอินเดีย ส่วนไตรมาส 3 นี้เตรียมเปิดเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ภายใต้แบรนด์ชามา ที่หางโจว ประเทศจีน

“แนวทางการไปต่างประเทศ เราจะเน้นภูมิภาคเอเชีย เพราะเอเชียเติบโตมาก โดยจะมองตั้งแต่ซ้ายสุด จะไปไหนบ้าง ศรีลังกา อินเดีย กาตาร์ ทางใต้มีแผนจะไปบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ทางเอเชียฝั่งขวาจะไปแค่ฮ่องกง ส่วนด้านบนก็ไปจีน”

ทั้งนี้ การลงทุนธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศนอกจากจะเป็นการปรับตัวรับกับเทรนด์ของโลกมาทางเอเชียและอาเซียนแล้ว ธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ ยังมีอัตราผลตอบแทนที่สูงถึง 1015% ต่อปี ซึ่งเฉลี่ยแล้วสูงกว่าในไทยประมาณ 10%

ยุทธชัย กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเพราะภาพรวมธุรกิจโรงแรมระดับ 3 และ 4 ดาวในไทย แข่งขันสูงในด้านราคาค่าเข้าพัก เช่น โรงแรม 3 ดาวที่ฮ่องกง พื้นที่ 20 ตร.ม. ราคาค่าเข้าพักสูงถึง 5,0006,000 บาทต่อคืน แต่ราคาเดียวกันนี้สำหรับเมืองไทย คือ โรงแรม 5 ดาว โดยปีนี้คาดว่าภาพรวมธุรกิจโรงแรมในกรุงเทพฯ จะเติบโตได้เพียง 5% แม้ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปีจะคึกคักมาก

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจโรงแรมในไทย ก็ยังถือเป็นตลาดหลักที่สำคัญ แม้จะยังไม่มีการลงทุนเองในปีนี้ แต่ก็จะเข้ารับบริหารให้กับโรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ จ.บุรีรัมย์ ของสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และเตรียมเข้าไปปรับแบรนด์ให้โรงแรมเมาน์เท่นครีก เขาใหญ่ ปรับเป็นโอเรียนเต็ล เขาใหญ่ และคาดว่าจะมีการลงทุนในไทยเพิ่มเติมด้วย

ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กลุ่มที่อยู่อาศัยเพื่อขาย จะไม่เน้นเปิดตัวจำนวนโครงการมากๆ แต่ตั้งเป้าทุก 3 ปี จะเปิดขายโครงการใหม่ 1 โครงการ โดยล่าสุดเพิ่งเปิดขายภูเก็ต อมารี เรสซิเดนซ์ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี

เช่นเดียวกับธุรกิจค้าปลีก ร้านทีดับเบิลยูจี ที ซาลอน แอนด์ บูติค ปัจจุบันเเปิด 2 สาขา ที่เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน ตั้งเป้าจะมียอดขายประมาณสาขาละ 100 ล้านบาท ส่วนที่คิง เพาเวอร์เป็นการส่งขายปลีกเท่านั้น

การขยายอาณาจักรในทุกกลุ่มธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ยุทธชัยตั้งเป้าที่จะผลักดันรายได้รวมของกลุ่ม “อิตัลไทย” ให้เพิ่มขึ้นเป็น 1.5 หมื่นล้านบาทภายในปี 2558 จากปีนี้คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท