
ชอบลงทุนยาวให้เลือกกลุ่มบริการ
“กวี” ยกให้หุ้นกลุ่มบริการนำโดยโรงพยาบาล โรงแรม และค้าปลีก เหมาะลงทุนระยะยาว
“กวี” ยกให้หุ้นกลุ่มบริการนำโดยโรงพยาบาล โรงแรม และค้าปลีก เหมาะลงทุนระยะยาว
นายกวี ชูกิจเกษม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ “พลิกหาหุ้นเด่น เล่นยาว 100%” ในงานมหกรรมวิเคราะห์หลักทรัพย์และการลงทุน ว่า หุ้นกลุ่มบริการเป็นกลุ่มหุ้นที่เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะยาว เพราะปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่อายุอยู่ในช่วง 30-40 ปี และในอีก 10 ปีข้างหน้ากลุ่มคนเหล่านี้อายุจะอยู่ในช่วง 40-50 ปี ซึ่งจะมีความมั่งคั่งทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่ม และเป็นสังคมผู้สูงอายุ
ดังนั้น มองว่ากลุ่มธุรกิจบริการจะเป็นกลุ่มที่รับผลดีจากโครงสร้างประชากรของประเทศไทยที่มีการเปลี่ยนแปลงไป เช่น ธุรกิจโรงพยาบาล โดยแนะนำหุ้นบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) เพราะเป็นโรงพยาบาลที่มีการลงทุนและเข้าซื้อกิจการโดยตลอด รวมไปถึงกลุ่มท่องเที่ยว เน้นหุ้นกลุ่มโรงแรม แนะนำหุ้นบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) และหุ้นบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT)
นอกจากนี้ ยังมองว่าหุ้นค้าปลีกจะยังได้ผลดีจากการที่มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น แนะนำหุ้นบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) และบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS)
สำหรับหุ้นในกลุ่มสื่อสารนั้น ขณะนี้ราคาหุ้นเริ่มแพง แต่มองว่าหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) เข้าลงทุนได้ เพราะมีเงินปันผลที่ดี
“ในช่วงนี้จะซื้อหุ้นตัวใดต้องอดทนและรอจังหวะในการซื้อ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดกระแสทางการเมือง ควรรอให้ราคาหุ้นลงค่อยเข้ารับซื้อหุ้นเหล่านี้ เพราะเหมาะกับการถือลงทุนในระยะยาว”นายกวี กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากต้องการถือลงทุนระยะสั้นมองว่าหุ้นบริษัท ช.การช่าง (CK) น่าสนใจ แต่ในส่วนของบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) ราคาขณะนี้ค่อนข้างแพง ให้รอซื้อที่ระดับ 10 บาท
นายกวี กล่าวอีกว่า วิธีการเลือกหุ้นอีกประการหนึ่งคือเลือกกลุ่มธุรกิจที่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ เช่น ธุรกิจซีเมนต์มองว่าสามารถแข่งขันได้ ส่วนธุรกิจเหล็กไม่แนะนำ ขณะที่ธุรกิจรถไฟฟ้านั้นจำเป็นต้องมีการลงทุนตลอดจึงไม่ค่อยชอบมากนัก หากเป็นธุรกิจซีเมนต์ให้เลือกลงทุนบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) และบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC)
นอกจากนี้ มองว่าธุรกิจประกันชีวิตมีความน่าสนใจ แนะนำบริษัท กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) รวมไปถึงธุรกิจประกันภัยด้วยจะได้รับผลดี กรณีลูกค้าไม่เรียกร้องเงินประกัน ก็จะกลับเป็นรายได้ของบริษัท แนะนำบริษัท ทิพยประกันภัย (TIP) และบริษัท สินมั่นคงประกันภัย (SMK) รวมถึงธุรกิจอาหาร โดยเลือกบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) และธุรกิจพลังงานทดแทนชอบหุ้นบริษัท เอสพีซีจี (SPCG) เพราะโครงการที่ทำไปแล้วประสบความสำเร็จด้วยดี และข้อสำคัญมีมูลค่าแท้จริงซ่อนอยู่ คือที่ดินแปลงใหญ่ซึ่งนำมาทำโซลาร์ฟาร์ม







