posttoday
เปิดใจ "มิสวีลแชร์" ขอเวทีผู้พิการโชว์ศักยภาพ

เปิดใจ "มิสวีลแชร์" ขอเวทีผู้พิการโชว์ศักยภาพ

05 สิงหาคม 2556

“คุณคิดว่าผู้พิการจะได้ประโยชน์อะไรจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า”

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

“คุณคิดว่าผู้พิการจะได้ประโยชน์อะไรจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในอีก 2 ปีข้างหน้า”

นี่ไม่ใช่เพียงประโยคคำถามลอยๆ แต่เป็นประโยคคำถามที่ จอยนุจรีย์ จันทร์ทอง มิสวีลแชร์ไทยแลนด์ 2013 “ได้รับ” และ “ต้องตอบ” ตอนเข้าประกวดในรอบ 8 คนสุดท้าย

เธอเล่าว่า คำตอบของเธอบนเวทีคือ เรื่อง “โอกาสการจ้างงาน” เมื่อเปิดประชาคมอาเซียน มีการขยายการลงทุนเป็นวงกว้าง ภาคเอกชนต้องการแรงงานเข้าไปในธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ มากขึ้น ประชาคมอาเซียนจึงเป็นเสมือนบันไดที่ส่งเสริมให้ผู้พิการ “มีงานทำ”

อย่างไรก็ดี เธอไม่จบคำตอบของเธอเพียงเท่านั้น เธอให้มุมมองเพิ่มเติมด้วยว่า ต่อให้มีบันไดแล้ว แต่โอกาสการจ้างงานก็ต้องเริ่มต้นที่ “ผู้พิการ” ทุกคนต้องลืมคำจำกัดความ ลืมบริบทต่างๆ ที่สังคมส่วนหนึ่งมองผู้พิการไปให้ได้ก่อน ต้องเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่ว่าจะพิการทางใดก็ตาม ต้องเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยและสังคมอาเซียน ไม่ปล่อยให้เหตุการณ์ที่ทำให้สูญเสียร่างกายบางส่วนไปมาบั่นทอนตัวเอง

“จากนั้นต้องผลักตัวเอง สร้างศักยภาพตัวเองให้มากขึ้น ค้นคว้าหาความรู้ พัฒนาทักษะฝีมือ หรือทักษะที่เกี่ยวกับอาชีพ เรื่องภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ เองก็สำคัญ ทุกคนรวมถึงผู้พิการต้องพร้อม”

เมื่อถึงเวลาที่โอกาสการจ้างงานมาถึง สิ่งที่เธอแนะนำให้ผู้พิการทำต่อไปก็คือ “ไขว่คว้า” และแสดงให้ทั้งคนไทยและคนในอาเซียนเห็นว่า เรามีศักยภาพจะโชว์ให้ดูบนเวทีธุรกิจ

จอยเชื่อมั่นว่า ผู้พิการจำนวนหนึ่งมีทักษะฝีมือสูงอยู่แล้ว หากเป็นผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ต้องนั่งรถเข็น สองมือก็ยังทำงานได้ สามารถไปทำทั้งงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ งานช่าง งานไม้ งานจิวเวลรี และช่วยเสริมแกร่งให้ธุรกิจนั้นๆ

ขณะเดียวกัน เธออยากให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเปิดใจให้กว้างขึ้นด้วย ในการรับผู้พิการเข้าทำงานในองค์กร เพราะหากเปรียบเทียบว่าวันหนึ่งจะต้องรับใครเข้ามาทำงาน ไม่มีใครสามารถตอบได้อย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าผู้สมัครแต่ละคนจะดีหรือไม่ดีแค่ไหน การรับผู้พิการก็เช่นกัน ต้องเริ่มจากให้โอกาส

“ผู้พิการหลายท่านมีความสามารถมาก แต่สิ่งที่ยังไม่ได้คือโอกาสการจ้างงาน พอมีการจำกัดความว่าเขาคือผู้พิการ ไม่ว่าจะทางใดก็ตาม นายจ้างก็ปิดกั้น และมองว่าผู้พิการซึ่งอยู่ในฐานะผู้สมัครคนนั้นมีปัญหาทันที”

นอกจากนี้ หลายองค์กรมักให้เหตุผลในการไม่รับผู้พิการเข้าทำงานว่า “เพราะสร้างห้องน้ำให้ไม่ได้” “เพราะสร้างทางลาดให้ไม่ได้” เธอมองว่าเหตุผลเหล่านี้เป็นเพียง “ข้ออ้าง” เพราะไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้งบประมาณในการทำมากนัก สิ่งสำคัญจึงเป็นการเปิดใจให้ผู้พิการได้มีโอกาสร่วมแสดงศักยภาพและพัฒนาภาคธุรกิจของไทย

เธอย้ำอีกว่า ผู้พิการไม่ได้ต้องการสวัสดิการหรือความช่วยเหลืออื่นๆ เป็นพิเศษมากนัก นอกจาก “ความเข้าใจ” ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับผู้พิการแต่ละประเภท เช่น ผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ก็แค่ขอราวจับในห้องน้ำ ทางลาดตามบริเวณต่างๆ ที่จำเป็น และที่จอดรถ สวัสดิการค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเลย

นอกจากประชาคมอาเซียนจะช่วยให้ผู้พิการก้าวไปผงาดบนเวทีธุรกิจเพิ่มขึ้นแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เธออยากให้มีคือ เวทีมิสวีลแชร์ระดับอาเซียน เพราะเธอมองว่าการประกวดประเภทนี้ช่วยเปิดโลกทัศน์และมุมมองให้แก่เธอหลายเรื่อง

“พอเข้าไปประกวดสิ่งหนึ่งที่จอยได้คือ การแลกเปลี่ยนความรู้ ตอนไปประกวดก็ได้เห็นเพื่อนร่วมเวทีใช้อุปกรณ์แปลกๆ ที่เราไม่รู้จัก ก็ได้รู้ว่าจะเอาไปใช้ยังไง ใช้กับเราได้ไหม ได้พบเห็นว่าเพื่อนผู้พิการแต่ละคนประสบปัญหาอะไร ต้องการแนวทางการแก้ไขอย่างไร เมื่อพบเจอผู้ใหญ่ของประเทศ เราก็เอาไปบอกเล่าต่อเพื่อหาทางแก้ปัญหาได้”

เช่นเดียวกัน หากเกิดเวทีแบบเดียวกันในระดับอาเซียน ก็จะกลายเป็นเหมือนเวทีให้ผู้พิการได้มีโอกาสพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรื่องราวปัญหาของตัวเองกันโดยตรง เมื่อกลับมาพบกับผู้บริหารทั้งของไทยและอาเซียน ก็จะได้สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นได้

“เวทีประกวดไม่ใช่สถานที่สำหรับแข่งขันกันเพื่อได้มงกุฎ แต่เป็นสถานที่ให้เราได้เปิดมุมมอง มาช่วยกันปรับปรุงสังคมของเราให้ดีขึ้น”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท