
เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป หุ้นน้องใหม่ยอดนิยม
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) ภายใต้การนำของ “ฤทธิ์ ธีระโกเมน” ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 720 ล้านบาท เป็น 905.85 ล้านบาท เพื่อนำหุ้นจำนวน 185.85 ล้านหุ้น ขายประชาชนในราคาหุ้นละ 49 บาท จากมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท โดยจะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อวันที่ 57 ส.ค.นี้ และเข้าซื้อขายในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) วันที่ 15 ส.ค.นี้ โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป (M) ภายใต้การนำของ “ฤทธิ์ ธีระโกเมน” ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 720 ล้านบาท เป็น 905.85 ล้านบาท เพื่อนำหุ้นจำนวน 185.85 ล้านหุ้น ขายประชาชนในราคาหุ้นละ 49 บาท จากมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท โดยจะเปิดให้นักลงทุนจองซื้อวันที่ 57 ส.ค.นี้ และเข้าซื้อขายในหมวดอาหารและเครื่องดื่ม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) วันที่ 15 ส.ค.นี้ โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ราคา 49 บาท นับเป็นราคาสูงสุดที่ได้ ภายหลังสำรวจความต้องการจากนักลงทุนสถาบันล้นถึง 18 เท่าของจำนวนหุ้นที่เสนอขาย ทั้งที่บรรยากาศการลงทุนไม่ค่อยเป็นใจ ภาวะหุ้นยังกังวลกับสถานการณ์ทางการเมืองที่จะมีการนำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 7 ส.ค.นี้
ราคานี้คิดเป็นสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 21.8 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิปี 2555 หารด้วยจำนวนหุ้นหลังการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้ 905.85 ล้านหุ้น ที่เท่ากับ 2.25 บาท เทียบกับพี/อีของผู้ประกอบการอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันในช่วงเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย.-26 ก.ค. 2556 เท่ากับ 34 เท่า หรือมีส่วนลด 36%
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ในตลาด ประเมินว่า มูลค่าที่เหมาะสมสิ้นปี 2556 ของ M อยู่ที่ 65 บาท ด้วยศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวจากแผนขยายสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง และให้ผลตอบแทนผู้ถือหุ้นสูงเกือบ 40% จะสนับสนุนให้บริษัทเติบโตโดดเด่นเหนือกลุ่มบริษัทอื่นที่ดำเนินธุรกิจคล้ายคลึงกัน
หุ้น M นับว่าเป็นที่ต้องการของนักลงทุนในตลาดหุ้นอย่างมาก ไม่ว่านักลงทุนประเภทไหน เพราะเอ็มเคนับเป็นร้านอาหารแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็น เอ็มเคสุกี้ หรือร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ ปัญหาเพียงประการเดียวของหุ้นนี้คือ ทำอย่างไรให้ราคาไม่แพงมากจนนักลงทุนรายย่อยไม่กล้าเข้าไปซื้อ
“ฤทธิ์” กล่าวว่า มีความคิดจะนำบริษัทเข้า ตลท.นานมาแล้วในยุคที่ ศ.สังเวียน อินทรวิชัย เป็นประธานคณะกรรมการ แต่ตอนนั้นบริษัทยังมีขนาดเล็ก เกรงว่าจะถูกครอบกิจการได้ง่าย จึงมุ่งขยายสาขาอย่างเดียว มีกำไรเพียงพอที่จะขยายงาน และการเข้า ตลท.ในช่วงนี้ทำให้บริษัทมีโอกาสการลงทุนในอนาคต ทำให้มีเงินสดสำรอง โดยกำไรสะสมทั้งหมดของบริษัทได้จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นเดิมไปแล้วเมื่อปีก่อน สำหรับเงินที่เตรียมไว้จ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นในอนาคต บริษัทได้กู้เงินมาเตรียมไว้ โดยวิธีการนี้จะช่วยกดราคาขายครั้งแรกของหุ้น M ให้ลดลงได้ เพื่อให้นักลงทุนรายบุคคลมีโอกาสเข้าซื้อได้
“ฤทธิ์” กล่าวว่า จะนำเงินจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอในครั้งนี้ 9,100 ล้านบาท ไปใช้ก่อสร้างโรงงานครัวกลางแห่งใหม่ 1,000 ล้านบาท ก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ 320 ล้านบาท การขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศและสำรองไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท รองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต ปัจจุบันความคืบหน้าการก่อสร้างครัวกลางแห่งใหม่บนถนนบางนาตราด กม.18 คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือน ต.ค.นี้ สามารถรองรับการขยายสาขาได้อีกเท่าตัวจากปัจจุบัน
“ในต่างประเทศ ณ เดือน ก.ค. เอ็มเคสุกี้มีสาขารวม 38 สาขาในญี่ปุ่น เวียดนาม และเพิ่งเปิดสาขาแรกในสิงคโปร์ ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และมีสาขาของยาโยอิ รวม 4 สาขาในสิงคโปร์ บริษัทมีแผนที่จะเปิดสาขาในต่างประเทศเพิ่มเติมในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยมีแผนที่จะเปิดสาขาเอ็มเคสุกี้สาขาแรกในอินโดนีเซีย และเฉพาะแผนการขยายสาขาในสิงคโปร์ภายในสิ้นปี 2560 จะมีสาขาเอ็มเคสุกี้ 10 สาขา และยาโยอิ 15 สาขา” ฤทธิ์ กล่าว
3 ปีที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 20% ในปี 2553-2555 บริษัทมีรายได้รวม 9,078 ล้านบาท 10,824 ล้านบาท และ 13,141 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโต 19.2% ในปี 2554 และ 21.4% ในปี 2555
ไตรมาสแรกปี 2556 บริษัทมีรายได้รวม 2,988 ล้านบาท และ 3,416 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตจากไตรมาสแรกปี 2555 เท่ากับ 14.3% โดยปี 2555 ที่ผ่านมา M มีอัตรากำไรสุทธิ 14% เทียบบริษัทจดทะเบียนหมวดอาหารที่มีอัตรากำไรสุทธิ 1.48.9%
“ฤทธิ์” ตั้งเป้าหมายว่า ปีนี้จะมีรายได้ 1.5-1.6 หมื่นล้านบาท จากการขยายสาขาร้านอาหารเพิ่มขึ้น โดยทั้งปีตั้งเป้าขยาย 65 สาขา และปีหน้าก็ยังคงอัตราการขยายสาขาไว้เท่านี้
“ตอนนี้เรามีพนักงานประมาณกว่า 2.2 หมื่นคน เมื่อค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มจาก 215 บาท เป็น 300 บาท เมื่อ เม.ย.ปีก่อนเราก็ปรับขึ้นให้พนักงานทันที เอ็มเคขึ้นราคาอาหารแค่ 34% น้อยกว่าราคาอาหารตามศูนย์อาหารที่ขึ้นราคา 20-25% กำไรลดไม่เป็นไร เราได้ส่วนลดภาษีนิติบุคคลชดเชย 7% มีมาตรการประหยัดให้มากขึ้น เพิ่มสินค้าใหม่ ราคาอาหารมักจะขึ้นตามเงินเฟ้อ แต่เราขึ้นราคาปีละ 34% ขึ้นมากกว่านี้ไม่มี ขอให้ธุรกิจเราพอไปได้ เพราะสามารถประหยัดอย่างอื่นได้”
M มีโครงการไคเซ็น ให้พนักงานร่วมคิดสร้างสรรค์ในการบริหารงานองค์กร ทั้งวิธีประหยัดค่าใช้จ่าย วิธีการบริการให้ลูกค้ามีความสุข การช่วยในการทำให้ร้านสะอาดขึ้น ทั้งการเต้นและร้องเพลงของพนักงานระหว่างที่ลูกค้ารับประทานอาหาร การกำจัดแมลงสาบ การนำไม้จิ้มฟันใส่ซองเพื่อความสะอาด หรือการลดขนาดไม้จิ้มฟัน การลดขนาดของกระดาษรองจาน ล้วนแล้วแต่มาจากความคิดของพนักงานที่ช่วยในการบริหารค่าใช้จ่ายและให้บริการลูกค้าได้จริง
“จากที่คิดเรื่องประหยัดค่าใช้จ่ายที่ต้องทำปีละไม่กี่ร้อยเรื่อง ตอนนี้มีเรื่องที่จะต้องทำปีละเป็นพันเรื่อง ที่เป็นแนวคิดของพนักงานที่คิดได้แล้วใช้ได้จริง และได้รับรางวัลจากบริษัท”
รายได้หลักของ M มาจากร้านเอ็มเคสุกี้ 85% และรายได้จากร้านยาโยอิ 13% โดยสัดส่วนรายได้ที่มาจากร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิภายหลังการหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย







