
ซีแอลเอสเอชี้ตปท.ไม่กลัว
การเมืองไม่ร้อนจับตาสภาผ่าน2ล้านล้านเอเซียพลัสให้น้ำหนักถึง50%
การเมืองไม่ร้อนจับตาสภาผ่าน2ล้านล้านเอเซียพลัสให้น้ำหนักถึง50%
ซี แอล เอส เอ มองการเมืองไร้รุนแรง เชื่อรัฐบาลไม่เร่งดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จับตากู้เงิน 2 ล้านล้าน
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ ขณะนี้ไม่มีความกังวลต่อสถานการณ์การเมือง แม้เริ่มมีแนวโน้มสัญญาณนำไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มสูงขึ้นจากแนวคิดที่รัฐบาลจะนำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติมีความเข้าใจและเชื่อว่ารัฐบาลจะไม่เร่งผลักดันเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าว โดยฝ่ายรัฐบาลก็มีความเข้าใจว่าจะเป็นชนวนให้เกิดความขัดแย้งกับฝ่ายคัดค้านจนนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงจากเสียงสะท้อนในอดีตที่มีการชุมนุมคัดค้านในเรื่องนี้ ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ดำเนินการต่อ
สำหรับประเด็นหลักที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจติดตามเป็นอันดับแรกคือ การพิจารณาผ่านร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งสนับสนุนให้ผ่านความเห็นชอบของสภา เนื่องจากเห็นว่าหากไม่เห็นชอบจากสภาในรอบนี้จะกระทบต่อเป้าหมายการขยายตัวของเศรษฐกิจของรัฐบาลให้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
หากแผนการลงทุนต้องล่าช้าออกไป โดยแม้เม็ดเงินลงทุนที่ลงทุนจริงส่วนใหญ่ที่ออกมาจริงจะเป็นในปีหน้า แต่หากสภาเห็นชอบจะมีบางโครงการที่เปิดประมูลและลงทุนได้ภายในปีนี้ได้ทันที และยังสร้างบรรยากาศเชิงบวกช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ชดเชยผลกระทบจากการส่งออกที่ชะลอตัวลงตามทิศทางเศรษฐกิจจีน
“รอบนี้นักลงทุนต่างชาติเชื่อว่าไม่น่ามีอะไรรุนแรง เพราะรัฐบาลรู้และเข้าใจสถานการณ์ดีอยู่แล้วว่าอะไรจะเพิ่มความขัดแย้ง จึงไม่น่าจะเร่งสถานการณ์และคงถอยหากมีแนวโน้มว่าจะมีเหตุรุนแรง ซึ่งตอนนี้นักลงทุนต่างชาติและประชาชนก็จับตาการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานผ่าน พ.ร.บ.2 ล้านล้านบาท” นายปริญญ์ กล่าว
นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 3 ให้น้ำหนักที่สถานการณ์ทางการเมือง 50% กำไรบริษัทจดทะเบียน 30% ภาวะเศรษฐกิจจีน 20%
อย่างไรก็ตาม การเมืองถือเป็นดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ ถ้ารัฐบาลสั่นคลอน การพิจารณากฎหมายในแง่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะไม่เกิดขึ้นตามแผน ซึ่งการประชุมสภาจะกินเวลาทั้งเดือน ส.ค. ทำให้ไตรมาส 3 เป็นไตรมาสแย่สุด แต่ดัชนีไม่น่าลงต่ำกว่านี้ เพียงแต่ไม่ไปไหนไกลจะแกว่งตัวไซด์เวย์
นางภรณี กล่าวว่า โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เมื่อต้องนับหนึ่งใหม่ก็คงไม่เกิดขึ้นใน 1 ถึง 1 ปีครึ่ง คาดว่าจะเกิดในปี 2558 ขณะที่โครงการลงทุน 2 ล้านล้านบาทนั้น หากวันที่ 4 ส.ค. หรือวันที่ 7 ส.ค. เกิดความวุ่นวายจนสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลก็จะกระทบการผลักดันนโยบาย
“กำไรของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ไตรมาส 2 ออกมาต่ำกว่าคาด เพราะการตั้งสำรองเกินนโยบาย ส่วนครึ่งปีหลังคาดจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ การบริโภคในครัวเรือน ส่วนกลุ่มปิโตรเคมีและกลุ่มพลังงานไตรมาส 2 กำไรแย่ลง จึงมีความเป็นไปได้ที่นักวิเคราะห์จะปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน” นางภรณี กล่าว







