
อยู่อาศัยอย่างไรดี ภายใต้ภาวะโลกร้อน
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณผู้อ่านหลายท่านคงเคยได้ยินได้ฟังข่าวเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นตามที่ต่างๆ กันอยู่บ่อยๆ ใช่มั้ยคะ
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา คุณผู้อ่านหลายท่านคงเคยได้ยินได้ฟังข่าวเกี่ยวกับภาวะโลกร้อนที่เกิดขึ้นตามที่ต่างๆ กันอยู่บ่อยๆ ใช่มั้ยคะ
ไม่ว่าจะเป็นข่าวคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ของสหรัฐ หรือข่าวน้ำท่วมฉับพลันในจีนที่ส่งผลกระทบกับชาวจีนกว่า 1.6 ล้านคน และยังมีผู้เสียชีวิตสูญหายอีกกว่า 50 คน ประชากรอีก 5 แสนคน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่ประเทศอังกฤษที่ต้องเผชิญกับอากาศร้อน จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วจำนวนมาก
เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวนะคะ แต่มักเกิดขึ้นซ้ำกันต่อเนื่อง ซึ่งคุณผู้อ่านหลายท่านก็คงพอทราบว่า สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคพลังงานแบบไม่บันยะบันยังนั่นเอง ทั้งเปิดเครื่องปรับอากาศ ดูทีวี ใช้เครื่องซักผ้า เครื่องทำน้ำร้อน อุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟ ขับรถยนต์ หรือแม้กระทั่งเล่นเครื่องเสียง ฯลฯ ก็ล้วนแล้วแต่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ไหลออกสู่ชั้นบรรยากาศอยู่ตลอดเวลาค่ะ
นอกจากนี้ ขยะที่เกิดจากการบริโภค หากกำจัดไม่ถูกวิธี ก็จะเป็นการสร้างก๊าซเรือนกระจกจำนวนมากเช่นกัน รวมถึงการตัดไม้ทำลายป่า เพื่อนำไม้มาทำเฟอร์นิเจอร์และที่อยู่อาศัย หรือเพื่อทำการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ ตั้งถิ่นฐาน หากไม่ปลูกทดแทนด้วยจำนวนที่เพียงพอแล้ว ต้นไม้ที่ช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจกก็จะมีจำนวนลดน้อยลง ยิ่งเป็นการซ้ำเติมให้เกิดภาวะโลกร้อนเร็วและรุนแรงมากยิ่งขึ้น
คุณผู้อ่านทราบหรือไม่คะว่า พลังงานไฟฟ้ามากกว่าครึ่งหนึ่ง (5070%) ที่ใช้ในอาคารถูกใช้ไปกับเครื่องปรับอากาศ แถมยังมีแนวโน้มการใช้พลังงานในส่วนนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นเพราะตำแหน่งที่ตั้งของประเทศไทย ตั้งอยู่ในเขตภูมิอากาศร้อนชื้น การติดตั้งเครื่องปรับอากาศจึงเป็นที่นิยม อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคบางกลุ่มก็เริ่มตระหนักถึงผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมใส่ใจเรื่องวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น พร้อมลดพึ่งพาพลังงาน
การออกแบบที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับการมีส่วนช่วยชะลอหรือลดภาวะโลกร้อน จึงเป็นเรื่องที่บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคปัจจุบันให้ความสนใจกันมาก โดยบางรายถึงขั้นทำวิจัยร่วมกับสถาบันการศึกษา ก่อนที่จะลงมือพัฒนาโครงการกันเลยทีเดียวค่ะ เพื่อให้ได้บ้านที่นอกจากให้ความสุขแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงาน และไม่สร้างมลภาวะที่เป็นพิษให้โลกเพิ่มขึ้นอีกด้วย
วิธีการที่จะช่วยทำให้บ้านเย็นขึ้น สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกันค่ะ และตามที่กล่าวไว้ว่าการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ แม้จะเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม แต่ก็ทำให้เกิดการสูญเสียพลังงานมากที่สุดเช่นกัน ซึ่งมีบริษัทพัฒนาอสังหาฯ บางรายพยายามจะเพิ่มความเย็นให้กับตัวบ้าน และลดขนาดของเครื่องปรับอากาศที่ติดตั้งให้น้อยลง ตามแนวคิดสถาปัตยกรรมสีเขียว (Green Architecture) เริ่มตั้งแต่การป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวอาคาร หรือใช้ธรรมชาติป้องกันความร้อนจากแสงอาทิตย์ ด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน ปลูกต้นไม้ให้ร่มเงา จัดวางตำแหน่งตัวบ้านให้สอดคล้องกับทิศทางลม เพิ่มช่องลมระบายความร้อนใต้หลังคา พร้อมติดตั้งฉนวนกันความร้อน
ไปจนถึงเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่ช่วยประหยัดพลังงาน เช่น ผนังกระจก สีทาอาคาร สุขภัณฑ์ประหยัดน้ำ หลอดประหยัดไฟ ฯลฯ หรือติดตั้งแผงระแนงบังแสง ช่วยลดความร้อน ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิ (Smart Thermostat) ร่วมกับระบบพ่นฝอยละอองน้ำ ซึ่งทั้งหมดจะช่วยเพิ่มความเย็นให้บ้านอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานได้สูงถึง 35% ทีเดียวเลยค่ะ (จากข้อมูลผลการวิจัยของบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์)
ดังนั้น หากเราทุกคนที่เป็นผู้บริโภคหรือผู้ประกอบการตระหนักถึงโลกร้อน และหันมาใส่ใจชีวิตความเป็นอยู่ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติมากยิ่งขึ้น พร้อมลดการพึ่งพาพลังงานให้น้อยลง ก็จะช่วยยืดอายุโลกที่เราอาศัยอยู่นี้ ไม่ใช่เพื่อตัวเราเองเท่านั้นนะคะ แต่เพื่อลูกหลานของเราเองในวันข้างหน้า







