
เอสเอ็มอีแบงก์เร่งแก้หนี้เสียฟิตปล่อยกู้เพิ่ม
เอสเอ็มอีแบงก์ ลุยแก้หนี้เสีย เตรียมผ่อนเกณฑ์ช่วยลูกหนี้ พร้อมจัดทัพเร่งปล่อยกู้
เอสเอ็มอีแบงก์ ลุยแก้หนี้เสีย เตรียมผ่อนเกณฑ์ช่วยลูกหนี้ พร้อมจัดทัพเร่งปล่อยกู้
นายมนูญรัตน์ เลิศโกมลสุข กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาด กลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล ณ สิ้นเดือน มิ.ย. อยู่ที่ราว 3.1 หมื่นล้านบาท โดย 6 เดือนที่ผ่านมาสามารถแก้หนี้เอ็นพีแอลได้ 4,500 ล้านบาท แต่ก็มีลูกหนี้ที่ตกชั้นมาเป็นเอ็นพีแอลเพิ่มอีก 4,000 ล้านบาท ส่งผลให้ธนาคารต้องเร่งเดินหน้าการแก้หนี้เอ็นพีแอลเก่า และป้องกันการตกชั้นของลูกหนี้รายใหม่ โดยการเข้าปรับโครงสร้างหนี้ เช่น ให้ลูกหนี้ผ่อนค่างวดน้อยลง รวมถึงการปล่อยกู้เพิ่มในรายที่ต้องการทุนหมุนเวียนเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้
สำหรับยอดปล่อยสินเชื่อ ณ สิ้นเดือน มิ.ย. มียอดคงค้าง 8.9 หมื่นล้านบาท ลดลงจาก 9.6 หมื่นล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2555 หรือลดลงราว 7,000 ล้านบาท สาเหตุที่สินเชื่อหดตัวเพราะลูกค้าขอรีไฟแนนซ์ไปใช้บริการธนาคารอื่น
อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้เตรียมปรับกลยุทธ์เร่งการขยายสินเชื่อทั้งใน กทม. และภูมิภาคต่างๆ โดยเชื่อว่าจะปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยให้มียอดสินเชื่อคงค้าง ณ สิ้นปี 2556 ที่ 1.01 แสนล้านบาท
“ที่ผ่านมาลูกหนี้แค่ต้องการเงินกู้เพิ่มอีกเล็กน้อย แต่ไม่มีใครปล่อยกู้ให้ ทำให้บางรายต้องเป็นเอ็นพีแอล ขณะที่ลูกค้าบางรายกู้ดอกเบี้ยคงที่เอ็มแอลอาร์ พอครบกำหนดตามระยะเวลาต้องบวกเพิ่มอีก 23% กลุ่มนี้ก็ย้ายไปใช้แบงก์อื่นที่ดอกเบี้ยถูกกว่า เรื่องนี้ได้แจ้งบอร์ดรับทราบปัญหาและวิธีแก้แล้ว เชื่อว่าการแก้หนี้เสียและการปล่อยกู้จะดีขึ้นจากนี้” นายมนูญรัตน์ กล่าว
ทั้งนี้ จะโฟกัสธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่มียอดขาย 15 ล้านบาทต่อราย หรือไม่เกิน 200 ล้านบาท กรณีที่วงเงินเกิน 200 ล้านบาท ต้องเสนอคณะกรรมการบริหารสินเชื่อหรือบอร์ดใหญ่อนุมัติ ที่สำคัญต้องสร้างความสมดุลระหว่างความถูกต้อง โปร่งใส และการบริหารความเสี่ยง ถ้าสินเชื่อไม่ได้คุณภาพก็ต้องดูกันใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนตีราคาหลักทรัพย์ หรือหลักทรัพย์ค้ำประกันและการอนุมัติ
สำหรับการปรับโครงสร้างการทำงานในเอสเอ็มอีแบงก์ใหม่ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ หลักการคือจะต้องวางบุคลากรให้เหมาะสมกับความรู้ความสามารถจากบุคลากรปัจจุบันที่มีจำนวน 1,700 คนต้องส่งเสริมให้พนักงานนำศักยภาพมาช่วยการทำงานให้องค์กรแห่งนี้เดินหน้าต่อไปได้อย่างคล่องตัว







