
ไทยออยล์ คว้า 2 รางวัล
บริษัท ไทยออยล์ (TOP) ได้รับ 2 รางวัล คือ ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยม (Best Corporate Social Responsibility Awards)
บริษัท ไทยออยล์ (TOP) ได้รับ 2 รางวัล คือ ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยม (Best Corporate Social Responsibility Awards) และรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยมของประเทศไทย (Best Investor Relations CompanyThailand) จาก นิตยสาร Corporate Governance Asia ซึ่งผลการคัดเลือกดังกล่าวมาจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านนิตยสารที่เป็นนักลงทุน นักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุน กรรมการบริษัท และผู้บริหาร จำนวนกว่า 1 หมื่นคน ทั่วภาคพื้นเอเชีย
“วีรศักดิ์ โฆสิตไพศาล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ TOP เปิดเผยถึงปัจจัยที่ทำให้บริษัทได้รับรางวัลความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยม เป็นเพราะตลอดการดำเนินงานของ TOP ตลอด 52 ปี ยึดปรัชญาการทำงานเพื่อให้องค์กรมีความยั่งยืนในระยะยาว โดยยึด 3 องค์ประกอบหลักคือ
องค์ประกอบแรก เศรษฐกิจที่ต้องมีการดำเนินงานและบริหารงานอย่างมืออาชีพ ที่จะทำให้มีผลประกอบการมีความเข้มแข็งจนมีกำลังที่จะไปช่วย 2 สิ่งที่เหลือคือ เรื่องสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่ต้องมีหน้าที่ตอบแทนสังคมไม่ว่าบริษัทจะไปทำธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
โดยเฉพาะการดูแลชุมชนในพื้นที่ตั้งอยู่ในประเทศที่เราต้องทุ่มเทเป็นพิเศษ จนเสมือนว่าเรากับเขาเป็นญาติและเพื่อนบ้านกัน คอยเติมเต็มในสิ่งที่ชุมชนขาดหรือต้องการ ทำให้เกิดรูปแบบการทำงานเพื่อชุมชน ซึ่งทุกครั้งจะเกิดโครงการอะไรขึ้นมาต้องเกิดจาก 3 ประสาน คือ ชุมชน TOP และหน่วยงานทางภาครัฐ
“การดูแลในประเทศบริษัทมีความต้องการที่จะมุ่งเน้นดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชนรอบโรงกลั่น รวมถึงได้จัดทำโครงการดูแลสุขภาพชุมชนที่เป็นรูปธรรม ขณะที่ในต่างประเทศจะมีการช่วยในลักษณะที่แตกต่างกันเพราะไม่มีการตั้งโรงกลั่น แต่การช่วยเหลือจะเป็นในลักษณะเชิงเทคนิคในการส่งทีมวิศวกรไปช่วยในสิ่งต่างๆ ที่ถนัดมากกว่า” วีรศักดิ์ กล่าว
“วีรศักดิ์” ยกตัวอย่างสิ่งที่ได้ดำเนินการมาตลอดคือการเน้นดูแลเรื่องสุขภาพ สุขอนามัย และการศึกษา โดยที่ต้องคิดและทำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเข้าไปเริ่มให้ความรู้และการศึกษาเรื่องนั้นๆ ก่อน เพื่อให้ชุมชนดูแลตัวเองได้ เช่น การเข้าไปดูสุขภาพฟันให้กับคนในชุมชนด้วยการจัดตั้งคลินิกหมอฟัน เพราะพบตัวเลขและข้อมูลที่เยาวชนมีสุขภาพฟันที่น่าเป็นห่วงมาก จน 45 ปีที่ผ่านมาสุขภาพฟันของคนในชุมชนดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด และในอนาคตอันใกล้นี้จะมีโปรเจกต์ใหญ่ที่เกี่ยวกับการจัดระเบียบการเก็บฐานข้อมูลระบบสุขภาพที่ตรงจุดและแม่นยำมากขึ้น และมีประโยชน์กับวงการสุขภาพและโรงพยาบาลต่างๆ มากขึ้น
นอกจากนั้น ยังมีการเข้าไปช่วยชุมชนสร้างไฟฟ้าจากพลังน้ำและพลังงานชีวมวลในชุมชนที่มีการขาดแคลนเรื่องไฟ ซึ่งการไปติดตั้งเราต้องสอนให้เขาเรียนรู้การใช้ แก้ปัญหาจากสิ่งที่เข้าไปช่วยให้เกิดไฟฟ้าขึ้น โดยที่วันหนึ่งบริษัทไม่ได้มีคนของบริษัทอยู่ช่วยก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหา ใช้อุปกรณ์เป็น จนในที่สุดชุมชนสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองได้ ซึ่งเป็นจุดประสงค์หลักของบริษัท
สำหรับรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม “นิธิมา เทพวนังกูร” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการเงินและบัญชี และ “ศิริพร วิธานนิติธรรม” ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ มองว่า เพราะบริษัทมีการบริหารจัดการข้อมูลภายในได้ดี โดยมีการเปิดเผยข้อมูลได้ถูกต้องตามกฎเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด ประกอบกับการที่บริษัทให้ความสำคัญกับบทบาทของงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ที่ต้องมีความรู้ เข้าใจในทิศทางของบริษัทอย่างดี จนสามารถส่งต่อข้อมูลให้นักลงทุนได้เข้าใจได้ทันต่อสถานการณ์ แม้จะเป็นเรื่องที่ยากเพราะข้อมูลเหล่านี้จะขึ้นกับตัวเลขเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมัน ค่าการกลั่นที่ต้องเปลี่ยนไปตามสถานการณ์โลกก็ตาม
สิ่งสำคัญของนักลงทุนสัมพันธ์คือรู้บทบาทและหน้าที่ของตัวเองว่าจะต้องสื่อสารในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เป็นทั้งข่าวดีหรือข่าวไม่ดี ต้องไม่บิดเบือนข้อมูล และบริษัทไม่มีนโยบายปิดข้อมูลทั้งหมดที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกันก็จะไม่มีการพูดออกไปในสิ่งที่ยังไม่รู้แน่ชัดเพราะจะก่อให้เกิดผลกระทบที่ขยายวงมากกว่านี้ ซึ่งทั้งหมดเป็นมาตรฐานเดียวกันว่าต้องเป็นการส่งข้อมูลโดยให้ผู้รับทุกฝ่ายได้ข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็น นักลงทุนรายย่อยหรือสถาบันทั้งในประเทศ หรือผู้มีส่วนได้เสียกับบริษัท อีกทั้งช่องทางหนึ่งที่ทางฝ่ายฯ ยังเน้นมากคือ การให้ข้อมูลกับนักวิเคราะห์ เพราะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะสื่อความไปถึงนักลงทุนรายย่อยได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ เชื่อว่าจุดแข็งงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ของ TOP อย่างหนึ่งคือ การที่ทุกฝ่ายต่างเข้าถึงฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ และที่สำคัญคือสามารถเข้าถึงผู้บริหารในทุกระดับในการขอข้อมูลเพราะทุกครั้งที่มีการประชุมนักวิเคราะห์หรือการเยี่ยมชมบริษัททุกไตรมาส จะมีผู้บริหารทุกระดับมาช่วยตอบคำถามให้ แม้กระทั่งในเรื่องเฉพาะด้านก็ตาม
“เรามองว่านักวิเคราะห์กับเราเป็นเหมือนพี่น้องหรือเพื่อนกันมากกว่าที่สามารถช่วยเหลือด้านข้อมูลกันได้ในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่เข้าใจในข้อมูลทางเทคนิค และเป็นฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ในอุตสาหกรรมนี้ที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่าย โทรศัพท์หรืออีเมลมาสอบถามได้ตลอดเวลา ซึ่งปัจจุบันมีนักวิเคราะห์รุ่นใหม่เข้ามามากขึ้น บริษัทก็จะมีการจัดให้ข้อมูลแยกต่างหากให้ เพื่อให้น้องๆ สามารถเข้าใจกระบวนการดำเนินงานชัดเจน เพราะหากนำน้องนักวิเคราะห์ใหม่ๆ ไปให้ข้อมูลรวมกับนักวิเคราะห์รุ่นพี่ๆ เลยโดยไม่มีการให้ข้อมูลพื้นฐานก็อาจทำให้เขาเข้าใจข้อมูลไม่ลึกซึ้ง และถ่ายทอดข้อมูลไปให้นักลงทุนผิดได้”
แม้ปัจจุบันฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์มีทั้งหมด 45 คน แต่หากคนใดคนหนึ่งหยุดไป มั่นใจว่าตอนนี้ก็สามารถให้ข้อมูลกับนักลงทุนได้ตลอดเวลา เนื่องจากจะมีการถ่ายทอดงานและให้แต่ละคนสามารถรับผิดชอบงานของทีมได้ (Cross Function) ซึ่งสำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยากลองทำงานนักลงทุนสัมพันธ์นั้นควรมีทักษะการสื่อสารทั้งภายในและภายนอกที่ดี มีความต้องการอยากจะอธิบาย เข้าใจและวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์และปัจจัยพื้นฐานนั้นได้ดี







