
กลุ่มเจริญชูเอเชียทีคขยายหัวเมืองใหญ่
“ทีซีซีแลนด์” เล็งผุดเอเชียทีคที่ต่างจังหวัด ลุ้นสร้างกระเช้าเจ้าพระยายกยี่ห้อระดับโลก
“ทีซีซีแลนด์” เล็งผุดเอเชียทีคที่ต่างจังหวัด ลุ้นสร้างกระเช้าเจ้าพระยายกยี่ห้อระดับโลก
นายฐวัฒน์ สมมะโนพัฒน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท ริเวอร์ไซด์ มาสเตอร์แพลน ในเครือ ทีซีซี แลนด์ ผู้บริหารโครงการเอเชียทีคเดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เปิดเผยว่า ช่วง 34 ปีข้างหน้า นายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกลุ่มทีซีซี แลนด์ ซึ่งเป็นเจ้าของเอเชียทีค มีแผนจะขยายธุรกิจศูนย์การค้ากลางแจ้งภายใต้แบรนด์เอเชียทีค ไปสู่หัวเมืองใหญ่ ตามความตั้งใจของทีซีซี โดยอยากจะทำกระเช้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาในเอเชียทีค ให้เป็นจุดดึงดูดสำคัญของท่องเที่ยวในไทย เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักระดับโลก
ขณะนี้บริษัทได้เริ่มทำการออกแบบขั้นต้นโครงการเอเชียทีค 2 ที่จะมีการก่อสร้างบนที่ดินขนาด 22 ไร่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาติดถนนเจริญนคร ฝั่งตรงข้ามกับโครงการเอเชียทีคปัจจุบันไปแล้วบางส่วน ซึ่งรูปแบบของโครงการเบื้องต้นจะยังคงคอนเซปต์เดียวกับโครงการแรกคือเป็นโอเพ่นมอลล์อิงวิถีชีวิตของคนริมแม่น้ำเจ้าพระยา แต่อาจลงทุนในธุรกิจโรงแรมเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของจุดเชื่อมต่อระหว่าง 2 โครงการซึ่งจะถือเป็นจุดขายสำคัญขณะนี้บริษัทยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะก่อสร้างเป็นกระเช้าเคเบิลลอยฟ้าหรือเชื่อมต่อด้วยเรือตามปกติ เนื่องจากต้องรอผลการศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ หากทุกอย่างมีความชัดเจนคาดจะใช้เวลาก่อสร้างไม่เกิน 23 ปี
นายฐวัฒน์ กล่าวว่า การก่อสร้างโครงการเอเชียทีค 2 นี้จะเข้ามาช่วยเติมฐานธุรกิจศูนย์การค้าของบริษัทให้ครบวงจรมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันโครงการแรกมีปริมาณลูกค้ามาใช้บริการเฉลี่ยอยู่ที่ 34 หมื่นคน/วัน และในช่วงเทศกาลอาจถึง 7 หมื่น1 แสนคน/วัน แบ่งเป็นชาวไทย 50% ต่างชาติ 50% และเริ่มมีกลุ่มสัมมนาเข้ามาใช้บริการ คิดเป็นเงินสะพัดกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี ดังนั้น หากมีธุรกิจโรงแรมก็จะช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดในปัจจุบัน
ขณะเดียวกัน ร้านค้าและร้านอาหารในฝั่งโครงการใหม่จะเป็นกลุ่มที่มีราคาถูกและเรียบง่ายกว่าในโครงการแรก เพื่อให้เข้าถึงฐานลูกค้าชาวฝั่งธนได้กว้างขึ้นและไม่ทับซ้อนกับฐานลูกค้าปัจจุบัน
นายฐวัฒน์ ประเมินว่า ในช่วง 35 ปีจากนี้ การแข่งขันของธุรกิจศูนย์การค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะรุนแรงขึ้น เนื่องจากเริ่มมีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามา เช่น กลุ่มสยามพิวรรธน์อย่างไรก็ดี เชื่อว่าผลกระทบต่อเอเชียทีคจะมีไม่มาก เนื่องจากโครงการของคู่แข่งมุ่งเน้นฐานลูกค้าระดับบนซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับบริษัท ขณะที่ที่คู่แข่งรายย่อยที่อาจมีฐานลูกค้าทับซ้อนกันก็จะแข่งขันกับเอเชียทีคได้ยากขึ้นเมื่อมีจุดเชื่อมโยงทั้ง 2 ฝั่งเจ้าพระยา







