
เอกชนโหมขยายตลาด
สัปดาห์นี้มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของภาคเอกชนที่กำลังเร่งขยายธุรกิจในตลาดประเทศกลุ่มอาเซียนกันอย่างคึกคัก
สัปดาห์นี้มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของภาคเอกชนที่กำลังเร่งขยายธุรกิจในตลาดประเทศกลุ่มอาเซียนกันอย่างคึกคัก
เริ่มที่ กลุ่มซีคอน ที่มุ่งขยายฐานลูกค้าสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีแผนเปิดตัวผงชูรสแบรนด์ใหม่ “คัพวัน” เพื่อทำตลาดในอาเซียน ยกเว้นประเทศไทย และมุ่งเจาะตลาดระดับล่าง โดยจะเปิดตัวในพม่าเป็นแห่งแรก ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ ประชาชนนิยมบริโภคผงชูรส มีขนาดตลาดผงชูรส 5 หมื่นตันต่อปี หรือเฉลี่ยประชาชนรับประทานผงชูรส 0.8 กิโลกรัมต่อปี ปัจจุบันกลุ่มซีคอนขายผงชูรสตราชฎาและถ้วยไทยอยู่แล้ว โดยตราชฎามีส่วนแบ่งการตลาดติดอันดับ 1 ใน 3 ของตลาดในพม่า
ขณะเดียวกันธุรกิจสุกรของ บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จะขยายธุรกิจในกลุ่มซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม อย่างต่อเนื่อง จากแนวโน้มการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนดึงวัตถุดิบและแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาใช้ในไทย เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต โดยจะให้ไทยเป็นฐานการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีสำหรับธุรกิจสุกรเพื่อนบ้าน
ด้าน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางความนิยมด้านการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมติดอันดับ 1 ใน 3 ของชาติอาเซียน ภายใน 3-5 ปีนี้ โดยได้ส่งแบบสอบถามความคิดเห็นนักลงทุน นักธุรกิจ 10 ชาติในอาเซียน เพื่อสร้างแผนพัฒนาด้านนิคมอุตสาหกรรมให้ตรงความต้องการของนักลงทุน ทั้งนี้ กนอ.มองว่าเพื่อส่งเสริมการลงทุน รัฐบาลต้องเร่งปรับปรุงประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมายการขอใบอนุญาตลงทุน การตั้งศูนย์บริการครบวงจร ตลอดจนปรับปรุงป้ายบอกทางในนิคมอุตสาหกรรม เส้นทางสาธารณะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาอาเซียน รองรับการลงทุนที่จะเคลื่อนย้ายมาด้วย
ขณะที่ ปิติ ศรีแสงนาม รองผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แนะนำให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวร่วมมือกับธุรกิจอื่นมากขึ้น เพื่อเพิ่มรายรับของธุรกิจ เช่น การเชื่อมโยงกับธุรกิจบริการสาธารณสุข โดยภาคโรงแรมควรจับมือกันออกแพ็กเกจร่วมกับธุรกิจเหล่านี้ เพื่อดึงชาวต่างชาติให้เข้ามารับบริการในประเทศไทยมากขึ้น
สำหรับวงการการศึกษา โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต มีแผนขยายสาขาอย่างต่อเนื่องตามหัวเมืองใหญ่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย รองรับการเปิดประชาคมอาเซียน โดยนำร่องสาขาแรกที่เชียงใหม่ ซึ่งจะเน้นหลักสูตรสองภาษา อีกทั้งจะให้นักเรียนตั้งแต่ ป.1 ทุกคนต้องเรียนภาษาจีนกลาง และในอนาคตจะพิจารณาสอนภาษาในอาเซียนด้วย
ส่วน สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเอเชีย มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทจำนวนมากติดต่อให้สถาบันจัดหลักสูตรอบรมระยะสั้นแก่พนักงาน โดยเน้นเรื่องวัฒนธรรมของเพื่อนบ้านเพื่อเตรียมรับประชาคมอาเซียนในปี 2558 ซึ่งหลักสูตรเกี่ยวกับพม่าได้รับความนิยมมาก







