
หุ้นกลุ่มแลนด์วิ่งฉิว
เก็งข่าวขายหุ้นโฮมโปรฯ50%ให้ตปท.บิ๊กLHไม่ยืนยันประเด็นโละของดี
เก็งข่าวขายหุ้นโฮมโปรฯ50%ให้ตปท.บิ๊กLHไม่ยืนยันประเด็นโละของดี
QHLH จ้องขายหุ้น HMPRO อีกแล้ว ดันราคาหุ้นพุ่ง แถมไตรมาส 2 กำไรโตหลังขยายสาขาต่อเนื่อง
นักลงทุนแห่เข้าซื้อหุ้น บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ (HMPRO) หลังปรากฏข่าวว่าผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 และ 2 คือ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ซึ่งถือหุ้นอยู่ 2,218 ล้านหุ้น หรือ 30.21% และบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH) ถือหุ้นอยู่ที่ 1,392 ล้านหุ้น หรือ 19.77% อยู่ระหว่างการเจรจาขายหุ้นให้กับกลุ่มทุนต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้หุ้นทั้งสามบริษัทปรับตัวขึ้นแรงท่ามกลางการซื้อขายหนาแน่น
นายรัตน์ พานิชพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ QH เปิดเผยว่า QH และ LH มีแผนจะขายหุ้น โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ ที่ถือหุ้นรวมกันประมาณ 50% ให้กับผู้ที่เสนอราคาซื้อสูงเป็นที่น่าพอใจ โดยที่ผ่านมาได้มีบริษัทต่างชาติติดต่อผ่านคนกลางเสนอซื้อหุ้น HMPRO แต่ราคายังไม่จูงใจ
“ยังไม่มีใครเสนอราคาถูกใจ เราจะขายต่อเมื่อเขาเสนอราคาที่เราเห็นแล้วน้ำลายหก มีฝรั่งมาติดต่อเยอะแยะ เราจะขายก็เมื่อเห็นว่าราคาใช่เลย เราก็จะขาย” นายรัตน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการผู้จัดการ LH ไม่ยืนยันเกี่ยวกับประเด็นการขายหุ้น HMPRO และไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลเนื่องจากอยู่ข้างนอกบริษัท
ด้านนายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ HMPRO กล่าวว่า ผลดำเนินงานของบริษัทในงวดไตรมาส 2 ปี 2556 มีกำไรสุทธิ 730.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.04% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 588.68 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนมีกำไรสุทธิ 1,421.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,201.21 ล้านบาท
ทั้งนี้ กำไรที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากรายได้จากยอดขายที่เติบโตขึ้น โดยมีรายได้รวม 9,776 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.83% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 2,657 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.9% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากบริษัทขยายสาขาเพิ่มขึ้น
บทวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุว่า แนวโน้มยอดขายและกำไรเติบโตแข็งแกร่งของ HMPRO แม้ในช่วงการบริโภคที่ชะลอตัวทำให้ HMPRO เป็นหุ้นที่น่าสนใจที่สุดตัวหนึ่งในกลุ่มค้าปลีก เมื่อรวมถึงโอกาสที่ประมาณการกำไรจะถูกปรับขึ้น จึงยังคงคำแนะนำซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2556 ที่ 13.90 บาท
ด้าน บล.เกียรตินาคิน “ซื้อ” LH ให้ราคาเหมาะสม 15.30 บาท โดยคาด LH จะมีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปีนี้ ราว 1,300 ล้านบาท ลดลง 6% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ปรับดีขึ้น 16% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ เป็นผลจากยอดรับรู้รายได้ที่ลดลงเมื่อเทียบกับรายไตรมาส คาดจะมีรายได้จากการขายค่าเช่าและบริการที่ 5,300 ล้านบาท ลดลง 9% จากไตรมาสก่อนหน้าและเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และยังคงรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นได้ใกล้เคียงกับไตรมาสที่แล้วที่ 35%
อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะเห็นกำไรจากเงินลงทุนบันทึกได้เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของบริษัทลูก เช่น QH บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป (LHBank) และ HMPRO ซึ่งเติบโต 31% จากงวดเดียวกันของปีก่อน
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 3 จะเติบโตโดดเด่น จากแผนการรับรู้รายได้ของโครงการคอนโดมิเนียม 3 แห่ง มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท บันทึกรับรู้รายได้ที่ชัดเจนในไตรมาส 3 และต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 4 ซึ่งจะทำให้ไตรมาสที่ 3 เติบโตมากสุดของปี ทั้งนี้ บริษัทมีงานในมือปัจจุบันราว 1.1 หมื่นล้านบาท รับรู้รายได้ที่ต่อเนื่องนับจากปี 2556-2558







