posttoday
เกียรตินาคินภัทรลั่นเพิ่มพอร์ตเก็งกำไร

เกียรตินาคินภัทรลั่นเพิ่มพอร์ตเก็งกำไร

02 สิงหาคม 2556

เกียรตินาคินภัทร ลดพอร์ตลงทุนยาวลง 50% เหลือ 1,000 ล้าน เพิ่มพอร์ตเก็งกำไรเต็มสูบ

เกียรตินาคินภัทร ลดพอร์ตลงทุนยาวลง 50% เหลือ 1,000 ล้าน เพิ่มพอร์ตเก็งกำไรเต็มสูบ

นายกฤติยา วีรบุรุษ ประธานธุรกิจตลาดทุน กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนภัทร และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร เปิดเผยว่า ปัจจุบันพอร์ตลงทุนของเกียรตินาคินภัทรมีมูลค่าประมาณเกือบ 1 หมื่นล้านบาท แต่ขณะนี้ได้ปรับกลยุทธ์การลงทุนด้วยการลดพอร์ตลงทุนระยะยาวลงเหลือประมาณ 1,000 ล้านบาท หรือประมาณ 50% จากก่อนหน้านี้พอร์ตลงทุนในส่วนนี้มีประมาณ 2,000 ล้านบาท สาเหตุเนื่องจากหุ้นผันผวนสูง

ขณะเดียวกัน ได้หันไปเพิ่มขนาดพอร์ตลงทุนประเภทหากำไรจากส่วนต่างราคา (อาบิทาจ) แทน ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท

“ตลาดหุ้นไทยขณะนี้มีความผันผวนสูง เกิดจากความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัย ทั้งมาตรการคิวอี เศรษฐกิจของจีน หากโตต่ำกว่า 7% ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสเห็นระดับ 7% และยังไม่นับรวมปัจจัยการเมืองในประเทศ ดังนั้นจึงลดพอร์ตลงทุนระยะยาวลง เพื่อเตรียมเงินส่วนนี้รอเข้าซื้อในจังหวะหุ้นลงต่ำ ส่วนพอร์ตลงทุนประเภทอาบิทาจไว้ใช้ซื้อและขายในจังหวะเดียวกันเพื่อหากำไรจากส่วนต่างราคาในช่วงหุ้นมีความผันผวน” นายกฤติยา กล่าว

ทั้งนี้ พอร์ตลงทุนของบริษัทในช่วงไตรมาส 2 นี้ ยอมรับว่ามีผลขาดทุน 18 ล้านบาท เนื่องจากหุ้นมีความผันผวน แต่เมื่อรวมกับผลตอบแทนในไตรมาสแรกของปีนี้สามารถทำได้สูงถึง 793 ล้านบาท ทำให้ครึ่งแรกของปีนี้มีกำไรจากการลงทุน 775 ล้านบาท โดยภาพรวมแล้วธุรกิจตลาดทุนสามารถสร้างกำไรให้กับเกียรตินาคินภัทรในช่วง 6 เดือนของปีนี้เป็นจำนวน 1,166 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 49% ของกำไรสุทธิโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ผลกำไรคงทำได้ไม่เท่ากับครึ่งแรกของปีนี้ เนื่องจากภาวะตลาดมีความผันผวนสูงและปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันน่าจะลดลงมาอยู่ในระดับปกติประมาณ 44.5 หมื่นล้านบาท เทียบกับครึ่งแรกของปีอยู่ที่เฉลี่ย 6 หมื่นล้านบาทต่อวัน

นอกจากนี้ ธุรกิจทางด้านวาณิชธนกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทจะรับเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ดีลควบรวมกิจการของธนาคารแห่งหนึ่ง และน่าจะรับรู้เข้ามาเป็นรายได้ภายในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่เนื่องจากขนาดไม่ใหญ่เท่ากับงานรับเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและการเสนอขายหน่วยลงทุนของ BTSGIF ซึ่งสร้างรายได้ให้กับบริษัทถึง 372 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้

ก่อนหน้านี้ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,162 ล้านบาท เป็นผลกำไรจากธุรกิจตลาดทุน 478 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ยังไม่มีผลประกอบการของทุนภัทร และหากพิจารณากำไรเบ็ดเสร็จรวมเท่ากับ 1,236 ล้านบาท เป็นกำไรเบ็ดเสร็จของธุรกิจตลาดทุน 629 ล้านบาท ซึ่งผลประกอบการดังกล่าวสะท้อนถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากการร่วมกิจการและประสานความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และธุรกิจตลาดทุน ทำให้โครงสร้างรายได้มีการกระจายตัวที่ดีขึ้น มีสัดส่วนรายได้ดอกเบี้ยต่อรายได้ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 66:34 โดยรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นกว่า 150% จากสิ้นปี 2555 เนื่องจากมีรายได้ค่าธรรมเนียมของธุรกิจตลาดทุนมาเสริม

ทั้งนี้ ธุรกิจตลาดทุนที่ดีขึ้นเนื่องจากสภาวะตลาด และดัชนีหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปิดที่ 1,516.06 จุด จากสิ้นปี 2555 ที่ 1,391.93 จุด ส่งผลให้ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ทั้ง บล.ภัทร (ลูกค้าสถาบัน และลูกค้าบุคคลรายใหญ่) และ บล.เกียรตินาคิน (ลูกค้ารายย่อย) มีรายได้รวมกันที่ 680 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท