
ศก.ซบฉุดตลาดโดนัทอืดพลิกแผนเร่งกู้ยอดครึ่งปีหลัง
โดย...จะเรียม สำรวจ
โดย...จะเรียม สำรวจ
ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายธุรกิจมียอดขายที่ชะลอตัวตามไปด้วย เช่นเดียวกับธุรกิจร้านโดนัท เพราะจากการสอบถามผู้ประกอบการร้านโดนัทหลายราย ส่วนใหญ่ตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ภาพรวมครึ่งปีแรกที่ผ่านมาตลาดโดนัทค่อนข้างชะลอตัวตามกำลังซื้อผู้บริโภค
จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านโดนัทต้องปรับตัว ซึ่งส่วนใหญ่หนีไม่พ้นการทำโปรโมชั่น เพื่อกระตุ้นยอดขาย แม้ว่าจะช่วยได้เพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่ทุกครั้งที่ทำ แต่ละรายก็สามารถกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้นได้เป็นที่น่าพอใจ
อุษณีย์ มหากิจศิริ ลีโอณีโอ ประธานกรรมการ บริษัท เคดีเอ็น เจ้าของลิขสิทธิ์ร้านแฟรนไชส์โดนัท “คริสปี้ ครีม” ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดโดนัทในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในสภาวะชะลอตัว ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย ซึ่งร้านคริสปี้ ครีม ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้บริษัทต้องทำงานหนักขึ้น เพราะวัตถุดิบทุกอย่างนำเข้าจากต่างประเทศ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่ปรับราคาโดนัทเพิ่มขึ้น เนื่องจากยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้ ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และยังคงเดินหน้าเปิดตัวสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยครึ่งปีหลังมีแผนเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา จากปัจจุบัน 8 สาขา
สำหรับกลยุทธ์ที่ร้านคริสปี้ ครีม นำมาใช้กระตุ้นยอดขาย จะเน้นไปที่การผลิตสินค้าคุณภาพที่ดีที่สุดเข้าทำตลาด เพื่อตอกย้ำการเป็นแบรนด์โดนัทที่ดีที่สุด เนื่องจากมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซึ่งถือเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จที่อุษณีย์มั่นใจว่าจะนำพาให้คริสปี้ ครีม กลับมามียอดขายเติบโตที่ดีอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ เพราะถือเป็นช่วงฤดูกาลขายจากเทศกาลต่างๆ
ขณะที่ร้านคริสปี้ครีม ชูจุดขายในด้านของคุณภาพ ไม่ปรับราคาสินค้าแม้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น และการมีประวัติศาสตร์โดนัทที่ยาวนานเป็นกลยุทธ์หลักในการทำตลาด ในด้านของร้านแด๊ดดี้ โด ก็ออกมาเปิดกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าและความคุ้มค่าให้กับโดนัทแต่ละชิ้น โดยปีเตอร์ ทวีผลเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แด๊ดดี้ โด (ประเทศไทย) ผู้ดำเนินธุรกิจร้านโดนัทแบรนด์แด๊ดดี้ โด กล่าวว่า ธุรกิจร้านโดนัททุกวันนี้ทำตลาดยากขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายคิดก่อนซื้อมากขึ้น จะซื้อสินค้าอะไรก็มีการคิดมากขึ้นทำให้บริษัทต้องปรับแผนการทำตลาด ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโดนัท เช่น การเพิ่มไฟเบอร์เข้าไปแป้งที่ทำโดนัท และโดนัทน้ำตาลน้อย เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังเน้นการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงสั้น เช่น ซื้อ 6 ชิ้น แถม 6 ชิ้น ในช่วงที่มีการเปิดตัวโดนัทใหม่ เนื่องจากต้องการให้ผู้บริโภคได้ทดลองชิมสินค้า ซึ่งแนวทางการดำเนินธุรกิจนับจากนี้ ปีเตอร์ กล่าวว่า จะเน้นแข่งกับตัวเองมากกว่าคู่แข่งในตลาด เพราะแต่ละแบรนด์มีกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันไป เนื่องจากผู้บริโภคมีความชอบไม่เหมือนกัน
ด้านยักษ์ใหญ่ในตลาดอย่างร้านมิสเตอร์ โดนัท หลังจากออกมาปรับกลยุทธ์ด้วยการเปิดตัวสินค้าคุ้มราคาอย่าง “ซูชิโด” ราคาชิ้นละ 10 บาท เข้าทำตลาดเป็นระยะๆ พบว่าได้ผลการตอบรับที่ดี ส่งผลให้ภาพรวมครึ่งปีแรกมียอดขายเติบโตถึง 15%
สวนกระแสคู่แข่งในตลาดที่ 15%
กันตภณ ศรีสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป แบรนด์ มิสเตอร์ โดนัท บริหารงานโดยบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป กล่าวว่า จากผลตอบรับที่ดีดังกล่าว หลังจากที่บริษัทออกมาทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเปิดตัวสินค้าใหม่ราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ ทำให้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาร้านมิสเตอร์โดนัทมียอดขายเติบโตที่ดี แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะชะลอตัว
จากผลการตอบรับที่ดีดังกล่าว ส่งผลให้ร้านมิสเตอร์ โดนัท มีแผนจะออกมาทำกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเปิดสาขาใหม่ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยช่วง 5 เดือนที่เหลือนี้มีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 15-16 สาขา จากปัจจุบัน 297 สาขา
หลังจากออกมาปรับแผนการทำตลาด เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภค สิ้นปีตลาดรวมโดนัทจะมีอัตราการเติบโตทะลุ 10% ตามที่ผู้บริหารร้านมิสเตอร์ โดนัท คาดการณ์ไว้หรือไม่ คงต้องลุ้นกันปลายปีนี้







