
คุมสเปกเอสเอ็มอี
กำหนดเงื่อนไขได้กู้กองทุนเครื่องจักรต้องไม่เป็นเอ็นพีแอล/ไม่ล้มละลาย
กำหนดเงื่อนไขได้กู้กองทุนเครื่องจักรต้องไม่เป็นเอ็นพีแอล/ไม่ล้มละลาย
ไฟเขียวหลักเกณฑ์คุณสมบัติเอสเอ็มอีที่จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุนเครื่องจักร
นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์และคุณสมบัติเอสเอ็มอีที่เข้าข่ายได้รับการอุดหนุนดอกเบี้ยเงินกู้จากกองทุนเครื่องจักร (Machine Fund for SMEs) 1.7 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีต้องมีคุณสมบัติ คือ1.ต้องเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย ดำเนินธุรกิจมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี 2.ไม่เป็นลูกหนี้ที่เป็นสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยกเว้นว่าได้ทำการปรับโครงสร้างธุรกิจแล้ว และ 3.เป็นกิจการที่ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ส่วนการพิจารณาอุดหนุนดอกเบี้ย ให้มีคณะกรรมการที่มีผู้แทนจากเอกชนร่วมเป็นกรรมการ เป็นผู้พิจารณา
พร้อมกันนั้น ที่ประชุมเห็นชอบหลักเกณฑ์และคุณสมบัติเอสเอ็มอีที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการเงินร่วมลงทุนเพื่อพัฒนาเครื่องจักร (Venture Capital) 1,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่จัดสรรจากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อร่วมลงทุนกับเอสเอ็มอีในสัดส่วน 15-35% ของทุนจดทะเบียน เงินร่วมทุนไม่เกิน 10 ล้านบาท ระยะเวลาร่วมทุน 5 ปี
สำหรับคุณสมบัติเอสเอ็มอีที่มีสิทธิสมัครเข้าร่วมโครงการฯ คือ 1.เป็นเอสเอ็มอีสัญชาติไทย ไม่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ไม่ติดแบล็กลิสต์ จากเครดิตบูโร 2.กรรมการหรือผู้บริหารไม่เป็นเอ็นพีแอล ไม่ถูกฟ้องดำเนินคดี ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่ติดแบล็กลิสต์
3.กรรมการหรือผู้บริหารต้องมีประสบการณ์ในธุรกิจสาขานั้นๆ หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องไม่น้อยกว่า 2 ปี และ 4.เป็นเอสเอ็มอีที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีนวัตกรรม ชดเชยการนำเข้า เน้นการส่งออก และมีมาตรฐานการผลิต เป็นต้น การพิจารณาเข้าร่วมลงทุนนั้น จะมีคณะอนุกรรมการร่วมลงทุน ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทนจากตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงอุตสาหกรรม สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นผู้พิจารณา
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานประเภทที่ 2 และ 3 จำนวน 90,501 ราย เพื่อขยายมาตรการเดิมที่สิ้นสุดลงวันที่ 30 ก.ย. 2556 ออกไป 3 ปี เป็นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2556-30 ก.ย. 2559
นอกจากนี้ เห็นชอบโครงการอัดฉีดเงินทุนหมุนเวียนช่วยเหลือเอสเอ็มอี 400 ล้านบาท โดยมอบหมายสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับสถาบันการเงิน สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ โดยชดเชยดอกเบี้ยให้เอสเอ็มอี 3% เป็นเวลา 1 ปี วงเงินกู้ไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท ตั้งเป้าช่วยเอสเอ็มอี 1.37 หมื่นราย โดยจะนำเสนอมติ
นายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า จะมีการมติที่ประชุมเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจที่มีกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง เป็นประธาน พิจารณาในรายมาตรการและเสนอให้ครม.ให้ความเห็นชอบต่อไป







