
SMEตลาดเกิดใหม่สุดบูม
อัตราการเปิดธุรกิจพุ่งแซงกลุ่มจี7สะท้อนธุรกิจชาติพัฒนาเจอข้อจำกัดอื้อ
อัตราการเปิดธุรกิจพุ่งแซงกลุ่มจี7สะท้อนธุรกิจชาติพัฒนาเจอข้อจำกัดอื้อ
วิจัยชี้ ธุรกิจกลุ่มตลาดเกิดใหม่โตแซง จี7 สะท้อนเอสเอ็มอีชาติพัฒนาแล้วเจอข้อจำกัดทางธุรกิจเพียบ
บริษัท อาร์เอสเอ็ม องค์กรอิสระที่ให้คำปรึกษาด้านการบัญชี เปิดเผยผลการศึกษาเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของธุรกิจ ซึ่งหมายรวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ใน 35 ประเทศทั่วโลก เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ผลปรากฏว่ากลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่มีสัดส่วนการจัดตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า เมื่อเทียบกับสัดส่วนของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (จี7) นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินครั้งใหญ่เมื่อปี 2551
ผลการศึกษาพบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา อัตราการจัดตั้งธุรกิจใหม่ในกลุ่มประเทศ จี7 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 0.8% ที่ราว 8.46 แสนแห่ง ซึ่งน้อยกว่าจำนวนธุรกิจใหม่ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ดีดตัวสูงขึ้นถึง 5.8% ถึงราว 4.8 ล้านแห่ง
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ธุรกิจในกลุ่มประเทศ จี7 ซึ่งรวมถึงสหรัฐ อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมณี อิตาลี และญี่ปุ่น เผชิญกับอุปสรรคและข้อจำกัดทั้งในกระบวนการเปิดและดำเนินธุรกิจหลายประการ ซึ่งหมายรวมถึงเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างยากลำบาก ตลอดจนเผชิญกับภาระทางภาษีที่สูง และขั้นตอนการจดทะเบียนที่มีความซับซ้อน
ขณะเดียวกัน อัตราการจดทะเบียนธุรกิจใหม่ในกลุ่มสหภาพยุโรป ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 1.2 ล้านแห่ง ซึ่งมากกว่าประเทศในอเมริกาเหนือที่มีธุรกิจเปิดใหม่เพียง 1.58 แสนแห่งเท่านั้น สะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลประเทศต่างๆ ในกลุ่มอียู ที่หันมาให้ความสำคัญกับการกระตุ้นการเติบโตของวิสาหกิจขนาดกลางและย่อมมากขึ้น หวังฟื้นฟูศักยภาพการแข่งขันของรายย่อย ซึ่งถือเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้หลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยจากผลพวงของวิกฤตหนี้สาธารณะที่ยืดเยื้อต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว
นอกจากนี้ รายงานพบอีกว่า ฮ่องกงเป็นประเทศที่มีอัตราการเปิดธุรกิจใหม่สูงที่สุดในโลกอยู่ที่ 9.9% หรือราว 6.55-9.56 แสนแห่ง สวนทางกับแอฟริกาใต้ที่มีสัดส่วนของธุรกิจที่ยังคงเปิดให้บริการลดจำนวนลงมากที่สุดจาก 9.56 แสนแห่ง ลดลงเหลือเพียง 8.17 แสนแห่ง







