
เอสเอ็มอีเหนืออีสานโคม่า
ขาดสภาพคล่องพิษค่าแรงปิด2พันรายสสว.ผุดมาตรการช่วยรายเล็ก
ขาดสภาพคล่องพิษค่าแรงปิด2พันรายสสว.ผุดมาตรการช่วยรายเล็ก
สสว.ชี้ค่าแรง 300 บาท ฉุดเอสเอ็มอีเหนืออีสาน เจ๊ง 2,000 ราย เดินเครื่องช่วยรายย่อยแรงงานสูงอายุ
นายชาวันย์ สวัสดิ์ชูโต รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ผลการศึกษาข้อมูลประมาณการผลกระทบต้นทุนด้านค่าใช้จ่ายแรงงาน กรณีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน รายกลุ่มจังหวัดของ สสว. พบว่ามีผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางย่อมในจังหวัดภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือที่ปิดกิจการไปแล้วประมาณ 1,000-2,000 ราย ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา
สำหรับจังหวัดที่มีการเพิ่มค่าแรงมากกว่า 20-30% และมีการจ้างงานเกินกว่า 1 แสนคน มีจำนวน 12 จังหวัด คือ เชียงราย นครสวรรค์ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ขอนแก่น อุดรธานี นครศรีธรรมราช ตรัง สุราษฎร์ธานี สงขลา และจังหวัดที่มีการเพิ่มค่าแรงมากกว่า 30% และมีการจ้างงานเกิน 1 แสนคน คือ มหาสารคาม ศรีสะเกษ ลำปาง และแพร่
ขณะที่สาขาที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ภาคการผลิต ได้แก่ ธุรกิจสิ่งทอและเครื่องแต่งกาย ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ภาคการค้าปลีกและค้าส่ง โดยธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ กลุ่มค้าปลีกและกลุ่มบำรุงรักษาซ่อมแซมยานยนต์ จักรยานยนต์ และสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ส่วนภาคบริการ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจภัตตาคาร ร้านขายอาหาร
อย่างไรก็ตาม ในข้อเท็จจริงพบว่าการปรับค่าแรง 300 บาท ไม่ใช่สาเหตุหลักของการปิดกิจการ แต่มาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.ขาดสภาพคล่องทางการเงินกว่า 70% และ 2.ขาดความรู้ความเข้าใจด้านธุรกิจและการวางแผนบริหารจัดการที่รัดกุม 30%
นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังได้สำรวจว่า ในไตรมาส 2 ของปีนี้ มีกิจการเปิดใหม่ประมาณ 1 หมื่นราย และเลิกกิจการมากกว่า 1,000 ราย โดยแต่ละสถานประกอบการแต่ละแห่งมีการจ้างงานเฉลี่ยต่อแห่ง 19 ราย
ทางด้านแผนครึ่งหลังของปีนี้ สสว.ได้เปิดตัวโครงการเสริมสร้างโอกาสการเป็นผู้ประกอบการใหม่ ภายใต้งบดำเนินการ 10 ล้านบาท เพื่อเข้าช่วยเหลือเอสเอ็มอีใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ ที่เป็นพื้นที่ที่ค่าแรงขั้นต่ำเดิมกับค่าแรงขั้นต่ำใหม่นี้ห่างกันมากกว่า 20% ทั้งในจังหวัดภาคเหนือตอนบน ตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ตอนกลาง ตอนล่าง
ทั้งนี้ โครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการเปลี่ยนธุรกิจใหม่ และกลุ่มแรงงานโดยเฉพาะแรงงานสูงอายุหรือเกิน 45 ปีขึ้นไป ที่ถูกเลิกจ้าง วางเป้าหมายจำนวน 3,000 คน เพื่อสร้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใหม่อย่างน้อย 300 ราย ซึ่งหลังผ่านการฝึกอบรมแล้ว ผู้เข้าร่วมจะได้รับการสนับสนุนให้ตั้งกิจการจนประสบความสำเร็จ โดยวางเป้าให้มีรายได้ใน 3 เดือนแรกที่ 3 หมื่นบาทต่อเดือน







