
ทันสถานการณ์
ตั้ง ‘ปฏิมา’ นั่ง ผอ.สสว.คนใหม่
ตั้ง ‘ปฏิมา’ นั่ง ผอ.สสว.คนใหม่
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เห็นชอบให้นายปฏิมา จีระแพทย์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สสว.คนใหม่ ตามที่คณะกรรมการสรรหาฯ เสนอมา หลังจากตำแหน่งนี้ว่างลงเป็นระยะเวลา 14 เดือน ขณะนี้อยู่ระหว่างตกลงสัญญาจ้าง 4 ปี จากนั้นจะเสนอบอร์ดใหญ่ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธานให้ความเห็นชอบต่อไป พร้อมตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ที่ว่างลงด้วย
ทั้งนี้ ได้มีมติเลือกนายปฏิมา เนื่องจากเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ในการบริหารองค์กรและการส่งเสริมเอสเอ็มอี รวมทั้งมีความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาเอสเอ็มอี และมีประสบการณ์ที่จะมาใช้ในการบริหาร สสว.ได้ จึงต้องการให้นายปฏิมาเข้ามาผลักดันงานต่างๆ ที่รออยู่ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งเอสเอ็มอีต้องการความช่วยเหลืออย่างมาก
4 องค์กรสื่อกดดันโละร่างฯ คุมเนื้อหา
4 องค์กรวิชาชีพสื่อ ประกอบด้วย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จัดเสวนา “ชำแหละร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการ ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. ... คุมสื่อ” ได้ข้อสรุปร่วมกันว่าจะเดินหน้ากดดันคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนที่ร่างดังกล่าวจะถูกประกาศใช้ เนื่องจากไม่เพียงลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อเท่านั้น แต่ยังเป็นการปิดกั้นการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชน และยังไม่สอดคล้องกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งที่ประกาศควรจะเท่าทันกับยุคสมัย
ขณะที่ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า บอร์ด กทค.เห็นชอบกรอบระยะเวลาการประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ช่วงเดือน ก.ย. 2557 โดยยึดรูปแบบการประมูล 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เมื่อเดือน ต.ค. 2555 และคาดว่าจะสามารถประกาศผลผู้ชนะการประมูลได้ช่วงเดือน ต.ค. 2557 พร้อมทั้งให้ใบอนุญาตการใช้คลื่นความถี่ภายในต้นเดือน พ.ย. 2557 โดยขั้นตอนการประมูลเริ่มจากเชิญชวนเข้าร่วมประมูลและชี้แจงต่อสาธารณะช่วงเดือน ส.ค. 2557 ต่อด้วยการพิจารณาคุณสมบัติ และประกาศรายชื่อ และชี้แจงรายละเอียดการประมูลเดือน ก.ย. 2557
เตรียมสรุปซื้อขบวนแอร์พอร์ตลิงค์
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า วันที่ 2 ส.ค. นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และนายจำรูญ ตั้งไพศาลกิจ ประธานคณะกรรมการบริษัท ร.ฟ.ท. จะเข้าหารือแนวทางการจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ว่าจะดำเนินการอย่างไร ก่อนที่จะสรุปเสนอ ครม.ในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นมี 2 แนวทาง คือ เลือกรายเดิม คือ บริษัท ซีเมนต์ กับอีกแนวทางหนึ่ง คือ ให้บริษัท ซีเมนต์ ปลดล็อกระบบอาณัติสัญญาณ และทางรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จะจัดซื้อรถของบริษัทอื่นมาวิ่งให้บริการ
ทั้งนี้ ทางรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. ได้เสนอขอใช้งบประมาณปี 2557 ไปยัง ร.ฟ.ท.แล้ว โดยงบประมาณดังกล่าวคาดว่าจะต้องใช้สำหรับการซ่อมบำรุงและเป็นค่าใช้จ่ายปกติประมาณ 500 ล้านบาท และจะเป็นงบในการซ่อมใหญ่อีกประมาณ 400 ล้านบาท นอกจากนี้จะหารือเรื่องการปรับปรุงการให้บริการเดินรถให้ดีขึ้น โดยเฉพาะรถไฟฟ้าเอกซ์เพรส ซึ่งจะเดินรถแบบเดิมที่ให้รถไฟฟ้าเอกซ์เพรสบริการ จากสถานีพญาไทสุวรรณภูมิ และจากสถานีมักกะสันสุวรรณภูมิ เพียงแห่งเดียว เพื่อให้การบริการถี่กว่าปัจจุบัน
ข้าวยางราคาร่วงสวนทางดัชนีสินค้าเกษตร ก.ค.
นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือน ก.ค. เมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย. ปรับขึ้นเล็กน้อย สินค้าที่มีราคาสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ราคาเพิ่มขึ้นจาก 8.18 บาทต่อ กก. เป็น 8.31 บาทต่อ กก. มังคุด จาก 22 บาท เป็น 27 บาทต่อ กก. เงาะเพิ่มจาก 13.14 บาท เป็น 18.72 บาทต่อ กก. เนื่องจากผลผลิตลดลง ลองกอง จาก 21 บาท เป็น 27 บาทต่อ กก. เนื่องจากผลผลิตออกล่าช้ากว่าปกติ 12 เดือน และไก่เนื้อมีราคาเพิ่มจาก 43.94 บาท เป็น 44.05 บาทต่อ กก. เนื่องจากฝนตกชุกหลายพื้นที่
ขณะที่สินค้าสำคัญที่ราคาลดลง ได้แก่ ข้าว ลดจาก 9,897 บาท เหลือ 9,579 บาทต่อตัน เนื่องจากฝนตกทำให้ข้าวมีความชื้นสูง และผู้ประกอบการชะลอการซื้อเพราะรอฟังนโยบายจากรัฐบาล มันสำปะหลัง ลดจาก 2.20 บาท เหลือ 2.14 บาทต่อ กก. ปาล์มน้ำมัน จาก 3.52 บาท เหลือ 3.30 บาทต่อ กก. ยางแผ่นดิบจาก 76 บาท เหลือ 70 บาทต่อ กก. สาเหตุจากภาคเอกชนชะลอผู้ผลิตการสั่งซื้อ และไข่ไก่ลดจาก 3.29 บาท เหลือ 3.07 บาทต่อฟอง
มี “ ปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบของโลกเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการการใช้น้ำมันปาล์มของอินเดีย และจีนชะลอตัวลง ประกอบกับผลผลิตปาล์มน้ำมันเริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ราคาเริ่มลดลง รวมถึงยางพารา มีผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น ขณะที่ความต้องการใช้ยางพาราปรับตัวลดลงจากภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัว และสต๊อกยางที่ตลาดเซี่ยงไฮ้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นพืชสองตัวที่รัฐบาลต้องเตรียมมาตรการรับมือด้านราคา “รองปลัดกระทรวงเกษตรฯกล่าว ทั้งนี้ ที่ประชุมผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ได้ให้ฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการยกร่างแผนพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างความยั่งยืนการผลิตปาล์มน้ำมัน และอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มทั้งระบบ เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กปน.) ต่อไป ขณะที่มันสำปะหลังมีแนวทางบริหารจัดการรับซื้อรอบที่ 2 คือ เพิ่มระยะเวลาการรับซื้อถึงวันที่ 30 ก.ย. 2556 เพิ่มระยะเวลาจำหน่ายถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2556 และเพิ่มระยะเวลาโครงการถึงวันที่ 31 ม.ค. 2557 ส่วนมาตรการแก้ไขปัญหาเรื่องยางพารานั้น มีแนวคิดจะลดต้นทุนการผลิต







