posttoday
ตรึงหมู130บาท/กก.

ตรึงหมู130บาท/กก.

01 สิงหาคม 2556

‘พาณิชย์’สั่งยืนราคายาวถึงสารทจีนรับลูกผู้เลี้ยงตั้งกองทุนแก้ปัญหาระยะยาว

‘พาณิชย์’สั่งยืนราคายาวถึงสารทจีนรับลูกผู้เลี้ยงตั้งกองทุนแก้ปัญหาระยะยาว

“พาณิชย์” สั่งตรึงหมูเนื้อแดงไม่เกิน กก.ละ 130 บาท ถึงสารทจีน เล็งตั้งกองทุนแก้ปัญหาระยะยาว

นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยหลังประชุมร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ และตลาดสด เพื่อดูแลราคาเนื้อหมูก่อนเทศกาลสารทจีนว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ยืนยันว่าจะดูแลราคาหมูเนื้อแดงไม่ให้จำหน่ายเกิน กก.ละ 130 บาท เพื่อช่วยเหลือด้านค่าครองชีพให้กับประชาชน ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงช่วงสารทจีน (21 ส.ค.) ที่จะมีการใช้เนื้อหมูในการประกอบอาหารมาก ซึ่งขอให้ประชาชนเบาใจได้ว่าจะได้รับการดูแลเรื่องราคาเนื้อหมู

ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ได้ยืนยันว่าจะไม่มีการปรับราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มขึ้นไปอีก จากที่ปัจจุบันจำหน่ายอยู่ที่ กก.ละ 72 บาท ซึ่งจะทำให้หมูหน้าเขียงไม่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้น โดยทางห้างค้าปลีกสมัยใหม่ และตลาดสด ต่างก็ยืนยันว่าจะดูแลราคาจำหน่ายหมูเนื้อแดงในพื้นที่ที่รับผิดชอบไม่ให้เกินจากราคาที่กำหนด

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง กระทรวงจะร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ จัดงานจำหน่ายเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์จากเนื้อหมูในราคาพิเศษเร็วๆ นี้ และจะร่วมกับห้างค้าปลีกสมัยใหม่จัดมุมพิเศษจำหน่ายสินค้าราคาถูก รวมไปถึงตลาดสดที่จะดำเนินการในลักษณะนี้ด้วย เพื่อดูแลค่าครองชีพให้กับประชาชนในระยะเฉพาะหน้านี้

“ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี ประชาชน มีรายได้เพิ่มขึ้นน้อย รัฐบาลได้เข้ามาดูแลราคาสินค้าเป็นพิเศษ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงต่างๆ ไปดูแลรับผิดชอบและแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน” นายยรรยง กล่าว

ทั้งนี้ จากการสำรวจราคาสินค้าเกษตรในตลาดสดกรุงเทพฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบราคาหมูเนื้อแดงปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ กก.ละ 135-140 บาท ขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้านั้นที่มีราคา 130-135 บาทต่อ กก. ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นหลังจากที่ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มขยับขึ้น 2-3 บาทต่อ กก.

สำหรับการแก้ไขปัญหาเนื้อหมูมีราคาถูกเกินไปหรือแพงเกินไปในระยะยาว ได้รับข้อเสนอของสมาคมที่เสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนดูแลราคาหมูทั้งระบบ โดยใช้เงินภาษีที่เก็บได้จากการนำเข้ากากถั่วเหลืองที่มีประมาณปีละ 800-900 ล้านบาท มาใช้ในการจัดตั้งกองทุน ซึ่งจะนำไปหารือกับกระทรวงการคลังถึงความเป็นไปได้ เพราะการมีกองทุนจะสามารถใช้ดูแลราคาเนื้อหมูได้ เช่น หากมีราคาตกต่ำก็ใช้เงินซื้อผลผลิตส่วนเกินเก็บไว้ หรือหากหมูแพงก็นำผลผลิตที่ซื้อเก็บไว้ออกมาจำหน่ายในราคาถูกให้กับประชาชนได้

ด้านนายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ กล่าวว่า สมาคมและสมาชิกยืนยันที่จะไม่มีการปรับขึ้นราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ กก.ละ 72 บาท เพื่อดึงให้ราคาหมูเนื้อแดงสามารถจำหน่ายได้ที่ กก.ละ 130 บาทไปจนกว่าจะถึงเทศกาลสารทจีนในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า แม้ว่าขณะนี้ผู้เลี้ยงจะมีกำไรจากการจำหน่ายหมูเป็นเพียงแค่ตัวละ 100 บาท ซึ่งถือว่าเพิ่งจะมีกำไร หลังจากที่ปีที่แล้วทั้งปีเฉลี่ยขาดทุนตัวละ 600 บาท

สำหรับข้อเสนอในการจัดตั้งกองทุนดูแลราคาหมูทั้งระบบนั้น นายสุรชัย กล่าวว่า ผู้เลี้ยงหมูเห็นว่าปัจจุบันรัฐสามารถเก็บเงินภาษีจากการนำเข้ากากถั่วเหลืองได้ปีละ 800-900 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นส่วนภาษีที่เก็บได้จากการนำเข้ากากถั่วเหลืองเพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงหมูประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งเสนอให้ใช้เงินภาษีครึ่งหนึ่งของยอดที่เก็บได้คือ 400-450 ล้านบาท มาใช้ในการจัดตั้งกองทุน เพราะหากมีกองทุนจะช่วยให้ผู้บริโภคคนไทยสามารถบริโภคเนื้อหมูราคาถูกได้ตลอดทั้งปี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท