
SIRIยังดูดีกำไรพุ่งกระฉูด
ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตให้แก่หุ้นกู้ไม่มีประกันในวงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาทของ บริษัท แสนสิริ (SIRI)ที่ระดับ “BBB” ในขณะเดียวกัน ยังคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “BBB+” พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดปัจจุบันที่ระดับ “BBB” ด้วย โดยแนวโน้มยังคง “บวก”
ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตให้แก่หุ้นกู้ไม่มีประกันในวงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาทของ บริษัท แสนสิริ (SIRI)ที่ระดับ “BBB” ในขณะเดียวกัน ยังคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “BBB+” พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่มีประกันชุดปัจจุบันที่ระดับ “BBB” ด้วย โดยแนวโน้มยังคง “บวก”
ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินจากการออกหุ้นกู้จำนวน 1,000 ล้านบาทไปใช้ไถ่ถอนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในเดือนก.ย. 2556 และส่วนที่เหลือจะนำไปใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการขยายธุรกิจ
ขณะที่แนวโน้มอันดับเครดิต “บวก” สะท้อนถึงผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นทั้งในส่วนของยอดขายและกำไรในช่วงปี 2553-2555
อันดับเครดิตอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหากบริษัทสามารถคงอัตราส่วนภาระหนี้ที่มีดอกเบี้ยต่อทุนได้ต่ำกว่า 1.5 เท่าอย่างสม่ำเสมอ ในทางตรงข้าม หากสถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนแอลงอย่างมากก็อาจทำให้ต้องมีการปรับลดอันดับเครดิตหรือแนวโน้มอันดับเครดิตลง
อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะผู้นำของบริษัทแสนสิริ ตลอดจนผลงานที่ได้รับการยอมรับในตลาดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แบรนด์ที่มีชื่อเสียงในตลาดคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรร ความหลากหลายของสินค้า และยอดขายรอการส่งมอบจำนวนมากที่จะรับรู้รายได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวลดทอนลงไปบางส่วนจากการที่บริษัทมีอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ค่อนข้างสูง ทั้งนี้ การประเมินอันดับเครดิตยังคำนึงถึงลักษณะของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นวงจรขึ้นลงและมีการแข่งขันสูง รวมถึงความกังวลในด้านต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและภาวะการขาดแคลนแรงงานในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
ณ เดือนมี.ค. 2556 บริษัทมีโครงการที่อยู่อาศัยจำนวน 99 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 1.27แสนล้านบาท บริษัทมียอดขายรอการรับรู้รายได้มูลค่าสูงถึง 5.6 หมื่นล้านบาท หรือเกือบ 2 เท่าของรายได้ในปี 2555 และมีมูลค่าเหลือขายอีกประมาณ 4หมื่นล้านบาท บริษัทมีความได้เปรียบในการแข่งขันจากการมีแบรนด์ที่อยู่อาศัยที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี รวมถึงการมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่แข็งแกร่ง และสินค้าที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดคอนโดมิเนียม
ยอดขายของบริษัทในปี 2555 ทำสถิติสูงสุดที่ 42,593 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 เท่าจาก 21,792 ล้านบาทในปี 2554 ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 ยอดขายเท่ากับ 20,900 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของยอดขายทั้งปีของปี 2555







