
เลี้ยงลูก อยู่บ้าน ขายออนไลน์
ในยุคดิจิตอลที่อินเทอร์เน็ตสามารถทำให้เราทุกคนทำงานได้จากทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ถือเป็นอีกช่วงหนึ่งที่ช่วยลบค่านิยมเก่า ที่แม่บ้านมีลูกเล็กต้องเลี้ยงลูกอยู่บ้าน โดยให้สามีเป็นคนออกไปทำงานเพื่อหาค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาจุนเจือครอบครัว
ในยุคดิจิตอลที่อินเทอร์เน็ตสามารถทำให้เราทุกคนทำงานได้จากทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใด ถือเป็นอีกช่วงหนึ่งที่ช่วยลบค่านิยมเก่า ที่แม่บ้านมีลูกเล็กต้องเลี้ยงลูกอยู่บ้าน โดยให้สามีเป็นคนออกไปทำงานเพื่อหาค่าใช้จ่ายทั้งหมดมาจุนเจือครอบครัว
มีกรณีศึกษาหลายเรื่องที่แม่บ้านอยู่บ้านเลี้ยงลูกก็สามารถทำงานได้ โดยใช้ช่องทางออนไลน์อย่าง คุณธนีนาถ พลเชียงดี หรือ คุณยุ้ย คุณแม่วัย 28 ปี ที่ยอมทิ้งหน้าที่การงานของตนออกมาทำหน้าที่แม่ที่ดีของลูก ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างรายได้จากการขายเป้อุ้มเด็กผ่านทางเว็บไซต์ จนสามารถสร้างรายได้ให้กับตนเองได้มากกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน และเป็นตัวอย่างให้คุณแม่รุ่นยุคใหม่ที่ทำงานและเลี้ยงลูกได้พร้อมกัน
คุณยุ้ย เล่าว่า ก่อนหน้านี้เป็นล่ามให้กับนิตยสารญี่ปุ่นแจกฟรีในเมืองไทย ทำงานได้ประมาณ 2 ปี ก็แต่งงานและตั้งครรภ์ จึงตัดสินใจลาออกจากพนักงานบริษัทเพื่อออกมาดูแลลูกเต็มตัว
ในขณะนั้นรู้สึกว่าอยากได้เป้อุ้มเด็กที่เป็นผ้าทั้งตัวมาอุ้มลูก แต่ในท้องตลาดไม่มีขาย จึงลองเย็บใช้เอง โดยได้รับไอเดียจากเป้สไตล์ญี่ปุ่นแล้วมาปรับพัฒนาให้ใช้ได้สบายมากขึ้น รู้สึกว่าใช้ดีจริงๆ เลยเริ่มทำขาย ภายใต้แบรนด์ Punnita
"จุดเด่นของสินค้าเราอยู่ที่ความสบายทั้งคนอุ้มเเละเด็ก เเละการเลือกใช้วัตถุดิบ ลายผ้า และความนุ่มของเนื้อผ้า ซึ่งของที่มีขายอยู่ในตลาดจะเป็นโพลิอีสเตอร์ หรือไนล่อน ซึ่งอาจระคายเคืองผิวเด็กได้ ในขณะที่ของเราเป็นผ้า Cotton 100% วัตถุดิบ และอะไหล่ที่ใช้ในการทำเป้นำเข้ามาจากต่างประเทศมีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้เรายังได้นำเป้อุ้มเด็กที่ทำเสร็จแล้ว ส่งไปทดสอบความปลอดภัยจากการรับน้ำหนักที่บริษัทรับตรวจสอบคุณภาพของสินค้า ที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นขณะใช้งาน"
ในช่วงแรกของการทำธุรกิจ คุณยุ้ยใช้วิธีโพสต์ขายผ่านเว็บบล็อก แต่ด้วยข้อจำกัดของเว็บบล็อก จึงเริ่มทำเว็บไซต์ของตัวเองเป็นเว็บไซต์ 2 ภาษา และค้นหาข้อมูลการทำโฆษณาออนไลน์จากอินเทอร์เน็ต จนได้ลองใช้ Google AdWords
“ลูกค้าเรามีทั้งแม่บ้านคนไทยและญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยกว่า 90% มาจากทางออนไลน์ อีก 10% มาจากการออกร้านในงานจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ล่าสุดตอนนี้เริ่มวางสินค้าในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์แล้ว”
เมื่อมีลูกค้ารู้จักมากขึ้น ธนีนาถจึงเริ่มเพิ่มรายการสินค้า ไม่ว่าจะเป็นผ้าคลุมให้นม สายรัดกันตกเก้าอี้ และเบาะนั่งในรถยนต์แบบพกพา ซึ่งล้วนแต่เป็นสินค้าที่พัฒนาขึ้นมาเองจากการใช้งานจริง
ทั้งนี้ จากที่เคยตัดเย็บสินค้าขายเอง พอมีลูกค้ามากขึ้น มียอดสั่งซื้อมากขึ้น ก็เริ่มหาทีมงานมาช่วยผลิต และหันมาเป็นคนดูแลควบคุม เพื่อให้รักษามาตรฐานสินค้าให้คงเดิมอยู่
คุณยุ้ย เล่าว่า ทุกวันนี้แม้จะเป็นแม่บ้านที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกตลอด 24 ชั่วโมง แต่ด้วยช่องทางของอีคอมเมิร์ซในยุคปัจจุบัน ทำให้เธอสามารถทำธุรกิจโดยที่ไม่ต้องออกจากบ้านไปไหน และสามารถหารายได้เข้าครอบครัวได้มากกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน
นี่เป็นตัวอย่างของผู้ใช้ช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือหลักในการขายสินค้า แม้จะต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูกก็สามารถหารายได้เลี้ยงครอบครัวแบบมีความสุข







