
ตลาดเฉามาร์จินวูบ
เมย์แบงก์เหลือหมื่นล.คันทรี่วูบ50%ทิ้งหุ้นปตท.การเมืองกดหุ้นไทยดิ่ง
เมย์แบงก์เหลือหมื่นล.คันทรี่วูบ50%ทิ้งหุ้นปตท.การเมืองกดหุ้นไทยดิ่ง
มาร์จินโลนแผ่วตามวอลุม สถานการณ์ไม่เอื้อลงทุน การเมืองทุบหุ้น ปตท. ทำหุ้นไทยทรุดหนักสุดเอเชีย
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่มีส่วนแบ่งตลาดธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์สูงที่สุด เปิดเผยว่า ขณะนี้ยอดการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อหุ้น (มาร์จินโลน) ของบริษัทอยู่ที่ระดับ 11.1 หมื่นล้านบาท ลดลงจากระดับที่เคยพุ่งสูงสุดถึง 1.5 หมื่นล้านบาท
นอกจากนั้นยังพบว่ายอดการปล่อยมาร์จินโลนของทั้งระบบอยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาท ลดลงจากระดับสูงสุดเคยพุ่งขึ้นไปที่ระดับ 5.5 หมื่นล้านบาท ยอดมาร์จินโลนที่ลดลงเป็นไปตามมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นที่ลดลง
“ขณะนี้นักลงทุนอยู่นอกตลาด ไม่เข้ามาลงทุน เพราะรอความชัดเจนจากประเด็นการเมือง และผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสิ้นเดือนนี้” นายมนตรี กล่าว
ด้านนายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) กล่าวว่า ยอดมาร์จินโลนของบริษัทอยู่ที่ระดับประมาณ 500600 ล้านบาท ลดลงประมาณ 50% จากระดับสูงสุดที่ได้ปล่อยสินเชื่อก่อนหน้านี้ที่ระดับ 1,0001,100 ล้านบาท สาเหตุเนื่องจากระยะนี้ไม่มีข่าวดีเข้ามาเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุน เรียกได้ว่าสถานการณ์โดยรวมขณะนี้ไม่เหมาะต่อการลงทุน แต่ทั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติของตลาดหุ้นที่จะมีการพักฐาน
ปัจจุบันมูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นมียอดลดลง โดยเดือน ก.ค. อยู่ที่ 45,228 ล้านบาท ลดลงจากเดือนก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่ 60,350 ล้านบาท
การซื้อขายหุ้นวันที่ 30 ก.ค. ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ยืนบวก แต่ตลาดหุ้นไทยทรุดหนักที่สุด และปิดที่จุดต่ำสุด 1,435.44 จุด รูดลง 18.84 จุด หรือ 1.3% มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 31,201.55 ล้านบาท
นักลงทุนต่างชาติขายเล็กน้อย 45 ล้านบาท แรงทิ้งหนักที่สุดมาจากสถาบันในประเทศถึง 1,426 ล้านบาท ส่วนค่าเงินบาทอ่อนตัวลงปิดที่ 31.24/26 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
เหตุผลหนึ่งที่ทุบตลาดหุ้นไทย เกิดจากนักลงทุนกระหน่ำทิ้งหุ้นในครอบครัว ปตท. (PTT) นำโดย PTT ปิดที่ 328 บาท ติดลบ 8 บาท หรือ 2.38% ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) จำนวน 48% ซึ่งยังประเมินความเสียหายไม่ได้ กรณีท่อน้ำมันดิบรั่วลงทะเล ขณะที่ PTTGC ร่วงต่อเป็นวันที่ 2 ปิดที่ 70 บาท ลดลง 3.25 บาท หรือ 4.44%
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ดัชนีมีการปรับตัวลงแรงปลายตลาด ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะนักลงทุนมีความกังวลต่อกระแสข่าวลือว่ารัฐบาลอาจจะมีการประกาศ พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก.ความมั่นคงเพื่อรองรับกับสถานการณ์การเมืองขึ้นก่อนที่จะมีการเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในวันที่ 1 ส.ค. ที่จะถึงนี้
ทั้งนี้ ปัจจัยการเมืองจะกดดันดัชนีหุ้นให้ผันผวนตลอด 1 เดือนนี้ โดยให้กรอบแนวรับ 1,420 จุด และแนวต้านที่ 1,450 จุด กลยุทธ์การลงทุนอาจเป็นจังหวะทยอยเก็บหุ้นพื้นฐานดี
นายเกษม พันธ์รัตนมาลา หัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นรูดลงแรงได้รับการกดดันจากประเด็นการเมืองเป็นหลัก
นักลงทุนยังมีความกังวลเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ซึ่งจะทำให้หุ้นไทยช่วงนี้ไปถึง 7 ส.ค.นี้ จะมีการเคลื่อนไหวผันผวนมาก ประเมินว่าไม่น่าจะหลุดแนวรับที่ 1,400 จุดได้
สำหรับกลยุทธ์ นักลงทุนระยะสั้นควรรอดูสถานการณ์ก่อน แต่นักลงทุนระยะยาวอาจจะทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานที่ราคาหล่นลงมามาก อย่างกลุ่มโรงพยาบาลและกลุ่มค้าปลีก







