
Lifestyle คนไทยกับธุรกิจร้านอาหาร
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเราหลายๆ คนก็รับเงินเดือนกันไปเรียบร้อยแล้วนะครับ สิ่งที่เราเห็นได้ชัดหลังจากช่วงหลังเงินเดือนออก คือ ร้านอาหารทั้งหลายต่างแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านที่อยู่สองฝั่งถนน หรือร้านที่อยู่ตามห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตีมอลล์ ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมของคนไทยในปัจจุบันหันมานิยมการรับประทานอาหารนอกบ้านกันมากขึ้น ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า มีปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารดังนี้ครับ
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเราหลายๆ คนก็รับเงินเดือนกันไปเรียบร้อยแล้วนะครับ สิ่งที่เราเห็นได้ชัดหลังจากช่วงหลังเงินเดือนออก คือ ร้านอาหารทั้งหลายต่างแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านที่อยู่สองฝั่งถนน หรือร้านที่อยู่ตามห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตีมอลล์ ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมของคนไทยในปัจจุบันหันมานิยมการรับประทานอาหารนอกบ้านกันมากขึ้น ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า มีปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจร้านอาหารดังนี้ครับ
1.การเปลี่ยนแปลง Lifestyle ของคนไทย มีการแต่งงานช้าลง อาศัยอยู่คนเดียวมากขึ้น ครอบครัวมีขนาดเล็กลง ทำให้คนใช้เวลานอกบ้านมากขึ้น จึงนิยมไปสังสรรค์กันตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งร้านอาหาร การใช้ชีวิตของผู้คนก็มีความเร่งรีบ และมีข้อจำกัดในด้านเวลาที่มากขึ้น ทำให้คนนิยมเลือกรับประทานอาหารที่ร้านอาหารมากกว่าการปรุงอาหารเอง เนื่องจากมีความรวดเร็วและสะดวกสบาย อีกทั้งการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ก็ทำให้ผู้บริโภคมีความสามารถในการเลือกรับประทานที่ร้านอาหารมากขึ้น เนื่องจากมีรายได้มากขึ้น
2.การขยายตัวของร้านอาหารที่เป็นเครือข่ายจากการขยายตัวของสาขาห้างสรรพสินค้า คอมมูนิตีมอลล์ และร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ไปทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ซึ่งผู้คนนอกจากจะไปจับจ่ายซื้อของแล้วก็ยังสามารถใช้เป็นสถานที่ในการพบปะสังสรรค์ หรือเป็นสถานที่พักผ่อน จึงนับว่าเป็นโอกาสสำคัญในการขยายธุรกิจร้านอาหารที่จะสามารถขยายสาขาตามไปด้วยกัน เพื่อที่จะให้บริการลูกค้าได้อย่างครอบคลุม และสามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะร้านอาหารแบบเครือข่าย (Chain Restaurant) ที่มีจุดเด่นในด้านมาตรฐานของรสชาติอาหาร การบริการ และความสะอาด รวมทั้งความสามารถในการทำการตลาดและส่งเสริมการขายที่เข้าถึงลูกค้าได้ดีกว่า นอกจากนี้การที่ตลาดร้านอาหารในบ้านเรามีการเติบโตอย่างรวดเร็วจากการบริโภคของคนไทยแล้ว นักท่องเที่ยวต่างชาติก็มีส่วนผลักดันให้เกิดการเติบโตนี้ด้วย จึงส่งผลให้ประเทศไทยเป็นแหล่งดึงดูดเครือข่ายธุรกิจอาหารที่เป็นของต่างชาติให้เข้ามาลงทุนเปิดบริการร้านอาหาร รวมทั้งขายแฟรนไชส์แข่งขันกับร้านที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันเพื่อเป็นตัวเลือกใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเครือข่ายธุรกิจอาหารจากประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่ได้ใช้จุดแข็งทั้งในด้านชื่อเสียงของแบรนด์ ประสบการณ์ด้านการประกอบธุรกิจร้านอาหารในหลากหลายประเทศ และความพร้อมด้านเงินทุน ทำให้ตลาดร้านอาหารมีการแข่งขันที่คึกคักมากขึ้น
3.การจัดโปรโมชั่นร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ โดยส่วนใหญ่แล้วร้านอาหารที่เป็นเครือข่ายจะสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ในการจัดโปรโมชั่นเพื่อขยายฐานลูกค้าและกระตุ้นผู้บริโภคให้มีความสนใจในการรับประทานอาหารเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำโปรโมชั่นร่วมมือกับพันธมิตรที่มีฐานลูกค้าจำนวนมาก เช่น กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์มือถือ กลุ่มสายการบิน กลุ่มห้างสรรพสินค้า รวมทั้งกลุ่มสถาบันการเงินในการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต ที่มีการสะสมแต้ม การให้ส่วนลด การให้ของแถม การจัดเมนูพิเศษหรือคืนเงิน ซึ่งสามารถกระตุ้นให้ร้านอาหารที่เป็นเครือข่ายสามารถขยายฐานลูกค้าและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
จากปัจจัยต่างๆ นี้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าในปี 2556 ตลาดธุรกิจเกี่ยวกับอาหารจะมีมูลค่าสูงถึง 669,000 ล้านบาท โดยเป็นร้านอาหารที่ไม่ได้เป็นเครือข่ายประมาณ 488,370 ล้านบาท และร้านอาหารที่เป็นเครือข่ายประมาณ 180,630 ล้านบาท จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าธุรกิจนี้สามารถดึงดูดความสนใจของหลายๆ คนให้หันมาลงทุนในธุรกิจร้านอาหาร ท่านที่สนใจเปิดร้านอาหารอาจพิจารณาพ่วงไปกับการขยายตัวของห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตีมอลล์ หรือลงทุนร่วมกับแฟรนไชส์ แต่การจะอยู่รอดได้นั้นจะต้องมีจุดเด่น และมีการบริหารจัดการที่ดี รวมทั้งสามารถดึงพันธมิตรที่มีศักยภาพให้เข้ามาร่วมด้วย ส่วนผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตอยู่นอกบ้านเป็นส่วนใหญ่นั้น ธุรกิจร้านอาหารยังคงถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของคนเมืองซึ่งไม่ค่อยมีเวลาและต้องการความสะดวกสบาย อีกทั้งยังมีทางเลือกให้เราที่หลากหลายตาม Lifestyle ของแต่ละคน แต่อย่างไรก็ตามสุขภาพที่ดีนั้นก็มาจากการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์นะครับ และขอให้ทุกท่าน Enjoy กับอาหารมื้อโปรดกันครับ







