
พี่เลี้ยงห่วงม็อบฉุดกำไรหุ้นใหม่ต่ำเกณฑ์
โพสต์ทูเดย์
— APM ห่วงการเมืองกระทบหุ้นน้องใหม่ ฉุดกำไรไม่ผ่านเกณฑ์เข้าตลาด ต้องเน้นบริษัทในกลุ่มไม่อ่อนไหวต่อการเมือง ส่วน TMI จ่อขายหุ้นเข้าตลาด พ.ค.นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปรแมนเนจเม้นท์ (APM) เปิดเผยว่า สิ่งที่กังวลในขณะนี้คือสถานการณ์การเมืองและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อความสามารถทำกำไรของบริษัทให้ลดลง จนไม่ผ่านหลักเกณฑ์การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังไม่มีแผนจะเลื่อนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในปีนี้ เพราะกลุ่มธุรกิจที่จะได้รับผลกระทบจะเป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ แต่ลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มพลังงานและสินค้าจำเป็น จึงยังคงตามแผนเดิม
ทั้งนี้ คาดว่าจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิง) 35 บริษัท ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในปีนี้ ส่วนใหญ่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai เช่นบริษัท คาลตัน อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) ทำธุรกิจวางระบบท่อทางด้านพลังงาน เช่นก๊าซปิโตรเคมี เป็นต้น
สำหรับบริษัท ธีระมงคลอุตสาหกรรม (TMI) จะเข้าซื้อขายภายในเดือน พ.ค.นี้ โดยจะสรุปราคาเสนอขายในวันที่ 21 เม.ย.นี้ คาดว่าราคาไม่เกิน 1 บาทต่อหุ้น และสัปดาห์หน้าจะลงนามแต่งตั้งผู้จัดจำหน่าย
นายสมภพ กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นในปัจจุบันถึงแม้จะมีความผันผวน แต่บริษัทไม่มีแผนจะเลื่อนการนำ TMI เข้าตลาดหุ้น เนื่องจากเห็นว่าผลของการนำหุ้น TMI ไปโรดโชว์ในต่างจังหวัด คือ ชลบุรี พิษณุโลก นครราชสีมา ขอนแก่น ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน
ด้านนายชนินทร์ วานิชวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซเบอร์แพลนเน็ต อินเตอร์แอคทีฟ (CYBER) กล่าวว่า บริษัทยังคงเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ตามกำหนดเดิม โดยคาดว่าจะเปิดให้จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 60 ล้านหุ้น และเข้าจดทะเบียนได้ประมาณในไตรมาส 2 นี้เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานของ CYBER ที่มีความแข็งแกร่ง และผลประกอบการมีอัตราการขยายตัวโดดเด่นต่อเนื่องมาทุกปี
“แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีประเด็นเกี่ยวกับการเมืองในประเทศเกิดขึ้น แต่จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการระดมทุนของ CYBER เนื่องจากบริษัทมีพื้นฐานที่ดี และมีความโดดเด่นในหลายๆ ด้าน อีกทั้งระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าธุรกิจของ CYBER สามารถขยายตัวได้เป็นอย่างดี โดยไม่ได้รับผลกระทบจากการมืองภายในประเทศ จึงมั่นใจว่าเมื่อมีการเปิดให้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนจริงๆ จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างแน่นอน”เขากล่าวต่อถึงแผนการดำเนินงานในอนาคตว่ากลุ่มบริษัทมีเป้าหมายที่จะขยายขอบเขตการดำเนินธุรกิจการปัจจุบัน ซึ่งทำธุรกิจผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์เกมไปยังธุรกิจเสริมทักษะการเรียนรู้สำหรับเด็ก ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจในปัจจุบันของกลุ่มบริษัท โดยให้ บริษัท อินฟอร์เมติกซ์ พลัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทดำเนินธุรกิจสถาบันเสริมทักษะการเรียนรู้สำหรับเด็กภายใต้ชื่อเครื่องหมายการค้า
“Geniusplanet”โดยงินลงทุนทั้งหมดมาจากเงินทุนหมุนเวียนภายในของกลุ่มบริษัท และปัจจุบันมีสาขาจำนวนทั้งสิ้น 3 สาขา และมีโครงการที่จะเปิดให้ได้ถึง 30 สาขา ภายในปี 2553 นี้ทั้งนี้ CYBER เตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 60ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 21.43 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้นครั้งนี้จะทำให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 140 ล้านบาท โดยบริษัทจะดำเนินการนำหุ้นสามัญของบริษัทเข้าเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ และสำหรับเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วนด้วยกันคือ ใช้ในการวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์เกม ใช้ในธุรกิจสถาบันพัฒนาทักษะในการเรียนรู้สำหรับเด็ก ใช้ลงทุนในอุปกรณ์ในการพัฒนาซอฟต์แวร์เกม และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
“
สำหรับเงินที่ CYBER จะได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้ ทางบริษัทมีเป้าหมายหลักที่จะนำไปขยายและต่อยอดธุรกิจเพื่อผลักดันให้กิจการมีการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและสร้างผลประกอบการที่ดีต่อเนื่องในอนาคต โดยเงินทุนส่วนมากที่ได้มาจะนำไปใช้เป็นทุนวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์เกมเพื่อก่อให้เกิดศักยภาพและเติบโตในอนาคต ซึ่งถือเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจ”นายชนินทร์ กล่าวในที่สุดมั่นใจในศักยภาพของบริษัท







