
KTAMเล็งลุยพันธบัตรไต้หวัน
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.กรุงไทย เล็งไต้หวันอินเดีย เป้าหมายต่อไปของกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ ทดแทนกองกิมจินายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างพิจารณาออกกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศที่ลงทุนในไต้หวันและอินเดีย เพื่อทดแทนกองทุนตราสารหนี้เกาหลีใต้ที่จะทยอยครบกำหนดในปีนี้
“
อันดับความน่าเชื่อถือของไต้หวันอยู่ที่ AA และให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเกาหลีใต้ประมาณ 0.51% แต่ตลาดไต้หวันมีสภาพคล่องต่ำ จึงต้องออกเป็นเครดิตลิงก์โน้ต ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือของอินเดียอยู่ที่ BBB+ แต่การซื้อตราสารหนี้ได้ต้องมีโควตา” นายสมชัย กล่าวนายสมชัย กล่าวว่า กองทุนตราสารหนี้ไต้หวันน่าจะออกขายได้เร็วๆ นี้ มูลค่า 1,500 ล้านบาท เพื่อทดสอบความต้องการของนักลงทุนก่อน
“
เดือนที่แล้วไต้หวันมีจังหวะที่ผลตอบแทนดี แต่ปรับลงมาแล้ว ตอนนี้จึงต้องรอจังหวะที่เหมาะสม” นายสมชัย กล่าวนายสมชัย กล่าวว่า กองทุนตราสารหนี้เกาหลีใต้ยังคงมีออกมาขายอย่างต่อเนื่อง เพราะยังให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ในประเทศ 0.5% โดยเฉพาะสัปดาห์นี้ที่ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น หลังจากมีข่าวว่าเกาหลีใต้อาจจะจำกัดช่องทางการกู้ยืมเงินสกุลเหรียญของสถาบันการเงิน ทำให้ต้นทุนป้องกันความเสี่ยงค่าเงินลดลง
นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ รองกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.แอสเซท พลัส กล่าวว่า จากแนวคิดในการดำเนินนโยบายทางการเงินของผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้คนใหม่ ทำให้คาดว่าธนาคารกลางเกาหลีใต้น่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงไตรมาส 3 หรือ 4 ของปีนี้ จากเดิมที่ประเมินไว้ในไตรมาส 2
สำหรับภาพรวมตลาดตราสารหนี้ไทย นายวิน กล่าวว่า อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลไทยมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส 2 ตามแนวโน้มของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขณะที่ผลตอบแทนของหุ้นกู้เอกชนระยะสั้นยังไม่ปรับขึ้น เนื่องจากความต้องการของนักลงทุนมีอยู่สูง
“
นักลงทุนที่สนใจลงทุนในตราสารหนี้ในประเทศ ควรเน้นลงทุนในตราสารอายุไม่เกิน 6 เดือน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยในประเทศ” นายวิน กล่าว






